Make your own free website on Tripod.com

Jumong (TV series)

Home
Actor
Story
Photo Album
Wallpaper
Studio

Story

เรื่องย่อ....จูมง

     ในประเทศเกาหลี ซีรี่ส์ เรื่อง “จูมง มหาบุรุษกู้บัลลังก์” ทำเรทติ้งขย่ม “แดจังกึม” ซะเตลิดเปิดเปิง เพราะ “จูมง” เป็นหนังกู้ชาติ “เกาหลีนั้น รักชาติ ยิ่งกว่าอย่างอื่น” ใครอยากจะพิสูจน์ว่า “เกาหลีรักชาติ” เฉียบขาดขนาดไหน? เปิดช่อง 3 ดูได้ วันเสาร์และอาทิตย์ เวลา 18.00 – 20.00 น. หากท่านใดไม่มีเวลาดูทั้งสองวัน หรือพึ่งเริ่มคิดจะดูตอนนี้ หากท่านกลัวว่าจะดูไม่รู้เรื่อง เรามีเรื่องย่อตามบทโทรทัศน์ โดยย่อไว้เป็นตอน จาก 81 ตอนเหลือเพียง 30 ตอน สรุปสาระสำคัญจากเริ่มเรื่องจนถึงอวสาน เพื่อเพิ่มอรรถรสในการชมสำหรับท่านที่ติดภารกิจต่าง ๆ ทำให้ไม่สามารถติดตามอย่างต่อเนื่องได้

คำเตือน : เรื่องย่ออาจทำให้เสียอรรถรสในการชมละคร

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 1

     เมื่อ 108 ปีก่อนคริสตกาล มีอาณาจักรหนึ่งก่อตัวขึ้น ชื่อว่าโคโซซอน เลยเกาะฮันบัน และแผ่นดินของ เหลียงดงออกไป เกิดเป็นสงครามครั้งยิ่งใหญ่กันชาวฮั่นของจีน หลังจากการสู้รบมาเป็นเวลานาน อาณาจักรโคโซซอนก็ล่มสลายลง จากนั้นพวกฮั่นก็ได้ตั้งกอกทัพหนังปัง,ชินบอน,อิมคุน ยอนโท ขึ้นมา ทั้ง 4 เหล่าทัพถูกตั้งขึ้นมาบนดินแดนที่เคยเป็นของอาณาจักรโซซอน ภายใต้การปกครองของชาวฮั่น ประชาชนของโซซอนก็เริ่มลี้ภัย บ้างก็อพยพไปยังประเทศต่างๆ บ้างก็ออกพเนจรเร่ร่อนโดยไร้ซึ่งจุดหมาย
     เมื่อความกดดันจากชาวฮั่นได้เริ่มดุเดือนขึ้น ชาวโซซอนก็เริ่มลุกขึ้นมาต่อต้าน และผู้นำการต่อต้านในครั้งนั้นก็คือ แฮโมชู ที่เมืองยอนโท ท่านเจ้าเมืองได้จัดให้มีการประลองฝีมือกันขึ้น ใครเป็นผู้ชนะจะได้รับอนุญาตให้เข้าเมืองหลวงฉางอันได้ องค์รัชทายาทกึมวาแห่งแคว้นพูยอ ได้ปลอมเป็นผู้มีผีมือเข้าประลองกันแฮโมซู และฉวยจังหวะที่ท่านเจ้าเมืองกำลังเพลิดเพลินใช้อาวุธพุ่งเข้าใส่ แต่โชคร้ายตกไปอยู่ที่ราชทูตของจีนตายคาที่ ชั่วครู่ก็เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น ผู้คนที่มานั่งดูการประลองซึ่งปลอมตัวปะปนอยู่กับชาวฮั่น ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับเข้าห้ำหั่นทหารฮั่นที่เข้ามาปกป้อง แฮโมชูเห็นกำลังฝ่ายตนน้อยกว่าจึงเป่าเขากวางเป็นสัญญาณให้ถอยหนี
     องค์ชายกึมวาได้รับบาดเจ็บสาหัสมาก แฮโมชูจึงรีบพาไปรักษาตัวที่ค่ายทหารทามูล ทำให้องค์ชายกึมวากับแฮโมฃูมีความผูกพันกันมากจนสาบานว่าจะเป็นพี่น้องร่วมตายแทนกันได้ในช่วงเวลานั้น พระราชาแฮพูลู บิดาขององค์ชายกึมวากำลังดีพระทัยที่เห็นผู้อพยพจากเมืองยอนโทหนีข้ามแม่น้ำมาฝั่งตน ทำให้เมืองพูยอมีประชาชนมากขึ้น เพราะเห็นว่าจะเป็นกำลังสำคัญให้กับประเทศของตนในภายหน้าจึงสั่งให้สร้างที่พักให้ผู้อพยพ แต่พูตึ๊กบูลที่ปรึกษาไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่าแฮโมชูจะเข้ามามีอำนาจเหนือพระราชา และจะเป็นภัยต่อพูยอ
     พระราชาแฮพูลูมาพบกันยอมีอึลทีห้องส่วนพระองค์ นางบอกกับพระราชาว่า ขณะนี้เกิดความผิดปกติของดวงดาว ซึ่งนางไม่เคยเห็นมาก่อน
จึงทำนายซะตาไม่แน่ชัดนัก ว่าในใจกลางดวงอาทิตย์ที่นางเห็นปรากฏนกสามขาบินอยู่ จากนั้นก็หายไป ยอมีอึลคิดว่านกสามขาที่ว่านั้นอาจหมายถึงพระราชาหรืออาจเป็นองค์ชายกึมวา ทำให้พระราชารู้สึกกังวลใจเพราะกลัวจะมีคนมาแย่งราชบัลลังก์
     ทางเมืองยอนโท ส่งเทียบเชิญไปยังแคว้นต่างๆ เพื่อเชิญให้มาชุมนุมยังเมืองยอนโท องค์ชายกึมวาได้เทียบเชิญครั้งนี้ด้วย พระราชาจึงส่งคนไปสืบดูว่าพวกนั้นกำลังทำอะไร
องค์ชายกับพูตึ๊กบูลเดินทางมายังเมือง ยอนโท ก่อนเข้าประตูเมือง องค์ชายได้เจอกับยูฮวา ลูกสาวของผู้นำหมู่บ้านฮาแบ ทำให้พระองค์ตกหลุมรักนางทันที และเมื่อเข้าไปในเมืองก็ได้พบหยางจองเพื่อนสมัยเด็กๆ ที่ตอนนี้ได้กลายเป็นองครักษ์คนสำคัญของชาวฮั่นไปแล้ว ทำให้องค์ชายกึมวาผิดหวังเป็นอย่างมาก
     การนัดชุมนุนผู้นำครั้งนี้เจ้าเมืองยอนโทต้องการประกาศให้ทุกคนรู้ว่าใครก็ตามที่ให้ความช่วยเหลือแฮโมชู จะต้องได้รับการลงโทษ และใครจับตัวแฮโมชูมาได้ จะได้รับรางวัลจากจักรพรรดิของชาวฮั่นอย่างงาม จากนั้นหยาจองก็ได้นำผู้ลี้ภัยที่ถูกจับมาได้ไปที่ลานประลอง เพื่อให้ทหารม้าเหล็กทำการเข่นฆ่า ผู้ใดสามารถต่อสู้กับทหารพวกนั้นและรอดชีวิตได้ จะถูกปล่อยให้เป็นอิสระ การต่อผู้ของผู้อพยพกับทหารม้าเหล็กเป็นไปอย่างดุเดือด เหี้ยมโหด เจ้าชายกึมวารู้สึกกดดันและไม่ชอบการกระทำนี้นัก แต่ก็ไม่มีใครต่อต้านได้ แต่จู่ๆ ยูฮวาก็ลุงขึ้นตวาดเสียงดังว่า ได้โปรดหยุดฆ่าพวกเขาเถอะ ยูฮวาเดินไปหาท่านเจ้าเมืองแล้วพูดย้ำ ข้าบอกว่าให้หยุดฆ่าพวกเขาเดี๋ยวนี้ เจ้าเมืองยอนโทสั่งให้ยูฮวาหุบปาก แล้วพูดว่า นี่เป็นพระบัญชา เจ้าเกล้าดียังไงถึงมาขัดพระบัญชี ยูฮวาพูดต่อ ฝ่าบาททงสั่งให้ทำร้ายคนไม่มีทางสู้เช่นนี้ได้ยังไง พระองค์ทรงโหดร้ายถึงเพียงนี้เชียวหรือ ไม่นึกเลยว่าบุตรแห่งสวรรค์จะอำมหิตได้ถึงเพียงนี้ คำพูดของนางทำเอาองค์ชายถึงวาถึงกับอึ้งเจ้าเมืองโกรธมากแล้วพูดว่า บังอาจ นี่เจ้าเกล้าลบหลู่เบื้องสูงหรือ ทำไมนางยังยืนอยู่อีก นำนางออกไป ท่านเจ้าเมืองตะเบ็งเสียงไล่ยูฮวาจึงถูกทหารลากตัวออกไปจากลานประลอง และถูกจับคุมขังไว้ในห้อง
     องค์ชายกึมวากับหยางจองได้คุยกันหลังการเข่นฆ่ายุติลง องค์ชายถามเพื่อนเก่าว่าเป็นคนนำทหารม้าเหล็กเหล่านั้นมาหรือ ยางจองกลับตอบไปอีกทาง และพูดกันถึงเรื่องแฮโมชู องค์จักรพรรติของจีนได้ทรงมีพระบัญชาให้เข้าตามจับตัวแฮโมซู แฮโมซูเป็นวีรบุรุษของพวกคนเร่ร่อนพวกนั้น เขาเป็นความหวังของหลายๆ แคว้นที่ถูกพวกฮั่นกดขี่ เจ้าเองก็เป็นเจ้าชายของหนึ่งในนั้น กลับมาทำแบบนี้ มันถูกแล้วหรออย่าเศร้าใจไปเลย หากข้าจับตัวแฮโมชูได้ ข้าสัญญาว่าจะไม่ให้พาดพิงไปถึงประเทศของเจ้าเด็ดขาด ไม่ เพียงแค่จะไม่ แต่จะต้องไม่มีผลต่อเจ้าอย่างเด็ดขาด ด้วยอำนาจและกำลังของข้า ข้าสามารถช่วยผลักดันให้เจ้าได้เป็นพระราชาแห่งพูยอให้จงได้ กึมวาข้าจะช่วยเจ้า กึมวาตอบไปว่า ไม่ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะไม่เป็นสุนัขรับใช้ของพวกฮั่นอย่างเด็ดขาด แต่ว่า ข้ามีเรื่องหนึ่งจะขอร้องให้เจ้าช่วย ลูกสาวของท่านหัวหน้าแห่งฮาแบ แม่นางยูฮวาเจ้าสามารถช่วยปล่อยนางได้มั้ยคำขอร้องขององค์ชาย หยางจองยอมช่วยเหลือ ทำให้ยูฮวาถูกปล่อยตัวให้เป็นอิสระ และนางก็รู้ว่าเป็นเพราะองค์ชายกึมวาได้ช่วยเอาไว้ นางจึงมาขอบคุณองค์ชายที่ยืนรออยู่ที่หน้าห้องขังองค์ชายกล่าวชื่นชมที่ยูฮวากล้าลุกขึ้นมาต่อว่าเจ้าเมืองยอนโทและอาสาจะให้คนพาไปส่งที่ฮาแบ แต่ยูฮวาปฏิเสธและจากมา องค์ชายอาลัยอาวรณ์ที่หญิงที่แอบหลงรักได้ตัดรอนความช่วยเหลือครั้งนี้
     แฮโมชูถูกตั้งค่าหัวไว้อย่างงาม และจะลงโทษผู้ที่ให้ความช่วยเหลืออย่างทารุน พระราชาแฮพูลูจึงให้ขับไล่พวกอพยพที่มาพักพิงอยู่ริมแม่นำให้กลับไป เพราะกลัวทหารฮั่นจะมาเล่นงาน ทำให้แฮโมซูตัดสินใจที่จะยกพลเข้าต่อต้าน ก่อนที่จะถูกทหารชาวฮั่นเข้าเล่นงาน แฮโมซูให้องค์ชายกึมวาส่งอาวุธมาให้ เขาตั้งใจว่าถ้าหากดาบมาถึงกองทหารเมื่อไหร่ ก็จะยกพลเข้าโจมตีทันที องค์ชายกึมวาจึงสั่งให้คนงานในวังตีดาบกันอย่างแข็งขัน พูดึ๊กบูลแอบเห็นจึงจับตาอยู่อย่างใกล้ชิด กระทั่งเห็นองค์ชายให้คนงานเอาดาบไปส่งให้แฮโมซูพูดึ๊กบูลเข้ากราบพูลพระราชาเรื่องนกสามขาว่า อาจจะเป็นลางร้ายของพูยอ เพราะตอนนี้ประชาชนให้การสรรเสริญแฮโมซูอย่างมาก และตัวแฮโมซูเองก็มีความคิดจะกอบกู้ชาติบ้านเมือง เขากลัวว่าแฮโมซูจะเป็นผู้ที่เข้ามาแย่งชิงบัลลังก์ของกษัตริย์ พระราชาไม่เคยคิดว่าแฮโมซูจะเป็นผู้ที่เข้ามาแย่งชิงบัลลังก์ของกษัตริย์ แต่เมื่อถูกพูดึ๊กบูลเป่าหูหนักเข้า ความคิดก็เริ่มไขว้เขว เพราะพูดึ๊กบูลทูลว่าควรกำจัดแฮโมซูไปเสีย
     องค์ชายกึมวาแอบได้ยินการสนทนาของพระบิดากับพูดึ๊กบูลจึงแอบออกจากเมืองไปพบกับคนของแฮโมซู เพื่อบอกให้เขาเลื่อนการเคลื่อนทัพไปก่อน แต่สายลับคนนั้นก็ถูกพูดึ๊กบูลซัดด้วยอาวุธลับเล่นงานจนตายไป องค์ชายหันมาเห็นพูดึ๊กบูลถึงกับตกใจ พูดึ๊กบูลพูดว่า โปรดทรงอภัยให้ด้วย หม่อมฉันเกือบลงมือสังหารฝ่าบาทซะแล้ว พูดึ๊กบูลตีหน้าตายเดินมาหา กึมวาถามว่า เจ้ารู้เรื่องได้ไง พูดึ๊กบูลตอบหม่อมฉันเห็นพระองค์ทรงแอบลักลอบขนอาวุธในพระราชวังพ่ะย่ะค่ะ หม่อนฉันจึงเดาเอา องค์ชายกึมวาโมโห ชักดาบขึ้นจ่อคอพูดึ๊กบูล ในเมื่อเจ้าล่วงรู้ความลับของข้าข้าจำเป็นต้องกำจัดเจ้า หม่อนฉันไม่กลับตายเลย แต่หม่อมฉันเกรงว่าถ้าหากทรงเอาชีวิตของหม่อนฉันแล้ว ทั้งพระราชาและพูยอก็จะต้องเดือนร้อนไปด้วย พระองค์จะทรงจ่ายค่าตอบแทนในราคาสูงลิ่วเช่นนั้นได้เหรอ องค์ชายชักสีหน้าไม่พอใจ อยากจะฟาดฟันหัวพูดึ๊กบูลให้หลุดจากบ่าแต่ก็ทำไม่ได้ สุดท้ายต้องกลับมาสารภาพความจริงให้พระราชาฟังว่า พระองค์กับแฮโมซูได้ร่วมมือกันช่วยเหลือผู้อพยพ และต้องการำจัดพวกฮั่นเหล่านั้น ทำให้พระราชาโกรธเกรี้ยวมาก ถึงกับตวัดดาบใส่ร่างองค์ชายจนได้รับบาดเจ็บ พระราชาบอกว่าพระองค์ยังไม่พร้อมที่จะทำสรงคราม องค์ชายเถียงพระราชาว่าพวกฮั่นรุกรานจนมีผู้ลี้ภัยจำนวนมาก คนพวกนี้พร้อมที่จะทำสงครามกับพูยอโดยให้แฮโมซูเป็นผู้นำแต่ว่าถ้าหากแฮโมซูทรยศพวกเราล่ะ พระราชาถูกพูดึ๊กบูลเป่าหูก็เกิดความกลัว กึมวาพูดว่า เข้าไม่มีวันทำเช่นนั้น หม่อมฉันขอเอาชีวิตเป็นเดิมพัน พระราชาถาม ชีวิตของเจ้าน่ะรึ แฮโมซูมีความสำคัญขนาดนั้นเชียวเหรอ พระราชาสีหน้าตระหนก เมื่อองค์ชายพูดจบ เจ้าเป็นถึงองค์ชายรัชทายาทแต่กลับเอาชีวิตไปฝากไว้กับเขาได้ยังไง องค์ชายคุกเข่าตรงหน้า ไม่ใช่ในฐานะขององค์ชายรับทายาท แต่ในฐานะที่เป็นเพื่อนและนักรบต่างหาก ข้าเชื่อมั่นในคุณธรรมที่ แฮโมชูมี แม้ต้องสละชีวิตของเจ้างั้นเหรอ ถ้าหากเจ้าจะต้องเลือกระหว่างพูยอกับแฮโมซูล่ะ เจ้าจะเลือกใคร กึมวาตอบ หม่อมฉัน ขอยอมตาย คำตอบขององค์ชายเด่นชัดว่าเลือกฝ่ายแฮโมซู พระราชาถึงกับผงะด้วยความเจ็บปวด ไอออกมาอย่างทรมานจนแทบจะขาดใจ ก่อนจะชี้หน้าใส่บุตรชาย เจ้ายังจะไปพบแฮโมซูอีกหรือ พระราชารู้สึกผิดหวัง

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 2

     แฮโมซูไม่ได้รับสั่งจากองค์ชายกึมวา จึงนำกำลังออกจากฐานทัพไปปักหลักรอเล่นงานทหารฮั่นแต่ไม่สามารถเล่นงานทหารม้าที่ใส่เกราะเหล็กได้ แฮโมซูถูกคมทวนพุ่งใส่ร่างอย่างแรง จนตกไปในน้ำและจมหายไป ทหารม้าเหล็กค้นหาร่างแฮโมซูทั่วไป แต่ก็หาไม่พบ กึมวาพอรู้ข่าวแฮโมซูจึงส่งกำลังออกไปค้นหาเช่นกัน เพราะรู้ดีว่าถ้าไม่เห็นศพแฮโมซู ทหารฮั่นจะไม่หยุดค้นหาเช่นกัน แฮโมซูนอนหมดสติอยู่บนขอนไม้ไหลไปตามสายน้ำจนถึงหมู่บ้านฮาแบ และได้ยูฮวาลูกสาวของท่านผู้นำเผ่าช่วยชีวิตไว้และรักษาที่กระต๊อบบนเขาโดยไม่รู้ว่าคนที่ตนช่วยชีวิตไว้เป็นแฮโมซู
     ยูฮวาโดนพ่อบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายต่างเมืองที่หน้าตาอัปลักษณ์เพระต้องการเกลือมาเป็นสินสอด แฮโมซูหลังจากหมดสติตไป 3 วันก็ฟื้นขึ้นมา แต่ก็ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าตนเองเป็นใครเพระเกรงว่านางจะได้รับอันตรายถ้ามีใครรู้ว่าเขาคือแฮโมซูที่ทางฮั่นต้องการตัวอยู่ แฮโมซูได้แต่รับปากว่าจะช่วยยูฮวาในภายหลัง ยูฮวาจึงร้องขอให้แฮโมซูช่วยเรื่องที่นางจะต้องแต่งงานโดยการหลอกเป็นว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ เพื่อหลีกเลี่ยงการแต่งงาน แฮโมซูคัดค้างเรื่องนี้ว่าอย่าดูคนแต่ภายนอก ยูฮวาบอกว่าถ้าหากเขาเป็นคนดีเหมือนกับแฮโมซูซึ่งนางยังไม่เคยพบหน้าแต่นางจะยินดีที่จะแต่งงานด้วย แฮโมซูมองหน้ายูฮวาอย่างนิ่งเฉย
     ระหว่างที่ทั้งสองพูดคุยกันที่ริมน้ำลูกน้องหัวหน้าเผ่าบังเอิญแอบมาพบเข้าพอดี พวกทหารม้าเหล็กตามมาถึงหมู่บ้านและประกาศไปทั่วหมู่บ้านว่าถ้าใครให้การช่วยเหลือ แฮโมซูพวกนั้นจะถูกฆ่าตายโดยบอกว่าแฮโมซูได้รับบาดเจ็บที่แขนถ้าใครพบเจอศพและไปรายงานจะได้รับรางวัลอย่างงาม ยูฮวาเมื่อทราบข่าวจากพวกทหารม้าเหล็กว่าคนที่ตนช่วยเหลือนั้นบาดเจ็บตรงกับที่พวกทหารประกาศไว้ จึงรีบไปที่บ้านบนเขาเพื่อถามชื่อ แต่แฮโมซูบอกว่าเขาชื่อ ลีกองชัง
     แฮโมซูได้ยินยูฮวาคุยกับสาวใช้เรื่องที่พวกเธอจะต้องเดือนร้อน และตอนนี้เธอก็ตกหลุมรักเขาเข้าแล้ว หัวหน้าเผ่าและลูกน้องนำเรื่องที่ลูกสาวของตนได้ช่วยคนบาดเจ็บตรงที่กับทหารม้าเหล็กบอกไว้ จึงนำกำลังมาค้นทั่วหมู่บ้าน แต่แฮโซซูได้หลบหนีไปก่อนแล้ว พวกทหารม้าเหล็กได้เผาและฆ่าคนในหมู่บ้านทั้งหมด และได้จับตัวยูฮวาไปเพื่อนำไปลงโทษประหารที่เมืองยอนโทต่อหน้าสาธารณชน
     กึมวาตามหาแฮโมซูจนถึงหมู่บ้านฮาแบแต่ก็ไม่ทันและรู้ว่าเป็นพวกทหารฮั่นที่ลงมือฆ่าพวกที่ช่วยเหลือ แฮโมซู และยังรู้อีกว่ายูฮวาถูกจับตัวไปเพื่อลงโทษ กึมวาจึงตามไปช่วยยูฮวาและสอบถามเรื่องที่นางช่วยชีวิตแฮโมซู แต่ยูฮวาไม่ได้พูดอะไร เพราะอยู่ในอาการหาดกลัวกับซึ่งที่เกิดขึ้นกับหมู่บ้านของตน

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 3

     แฮโมซูเมื่อหลบหนีจากหมู่บ้านฮาแบมาได้แล้ว ก็เดินทางไปพบกับกลุ่มพ่อค้าและขอเป็นคนงานตามขบวนสินค้าไปด้วย ระหว่างเดินทางยูหยินของยอนทาบอลเกิดเจ็บท้องจึงตั้งแคมป์เพื่อทำคลอด ยอนทาบอลรู้ว่าคนที่มาขอเค้าทำงานนั้นคือแฮโมซู จึงคิดอย่างเจ้าเล่ห์ว่าจะส่งตัวไปให้เจ้าเมืองยอนโท และตนเองจะได้รับรางวัลอย่างงาม
     ขณะที่ฮูหยินกำลังคลอดอยู่ ก็มีโจรจำนวนมากบุกเข้ามาปล้นขบวนสินค้า แฮโมซูต่อสู้ด้วยฝีมือที่เหนือ กว่าจนพวกโจนป่าถูกฆ่าตายหมด ยอนทาบอลยืนดูการกระทำของแฮโมซูด้วยความพอใจ ฮูหยินคลอดลูกสาวออกมา ยอนทาบอลตั้งซื่อให้ลูกสาวว่า โซซอโน
ยอนทาบอลเดินทางไปถึงเมืองยอนโท และได้พบกับเจ้าเมือง และได้นำหนังสือและแมวป่าไปขายกับเจ้าเมืองเพื่อแลกกับผ้าไหม แต่ยอทาบอลไม่กล้าบอกเรื่องแฮโมซูกับเจ้าเมือง เพราะนึกถึงวันที่แฮโมซูเคยช่วยชีวิตพวกเขาและลูกเมียเอาไว้ ยอนทาบอลกลับถึงจวนที่พัก แฮโมซูถามยอนทาบอลว่าทำการค้าเสร็จเรียบร้อยดีไหม ยอนทาบอลตอบด้วยสีหน้ามีรอยยิ้มตลอดเวลาว่า โชคร้ายที่ไม่เป็นไปตามนั้น ของชิ้นนี้มีค่าจนข้าไม่สามารถขายมันได้ มันคืนอะไรหรือ?
     ของที่ว่าชิ้นนั้นก็คือ แฮโมซู ยอนทาบอลตอบหน้าตาย แฮโมซูนิ่งอึ้ง แล้วถามต่อไปว่า ท่านทราบได้อย่างไร ยอนทาบอลตอบว่ารู้จากอาการบาดเจ็บและแววตาของเขา และที่เขาเดินทางมาที่ยอนโทก็เพื่อช่วยเหลือยูฮวา นั่นเอง และแนะนำให้แฮโมซูออกจากขบวนสิ้นค้าเพราะแฮโมซูจะทำให้พวกเข้าได้รับความเดือนร้อน
     ทหารฮั่นเดินทางกลับมาที่เมืองโดยไม่มียูฮวา ยอนทาบอลสืบความมาบอกแฮโมซูว่ายูฮวาเสียชีวิตระหว่างเดินทางมาที่เมืองยอนโท ทำให้แฮโมซูเสียใจ กึมวาหลังจากช่วยยูฮวาก็นำกลับมาที่อยู่ในวังด้วย ยอมีอึลยืนดูนางอยู่ห่างๆ แล้วถามองค์ชายถึมวาว่าที่พานางมาด้วยพระต้องการช่วยนางหรือว่าเพระองค์ชายหลงรักนาง องค์ชายตอบว่าข้าหลงรักนางตั้งแต่แรกเห็น ยอมียึลมีท่าทีไม่ค่อยพอใจนัก และพูดว่าในฐานะที่เป็นโหรหลวงแห่งพูยอและที่ปรึกษาของฝ่าบาทและพูยอ ยูฮวาไม่สามารถจะอยู่กับท่านได้ ทำให้องค์ชายกึมวานึกแปลกใจ
องค์ชายกึมวาและแฮโมซูได้พบกันอีกครั้งที่ค่ายพัก และได้เข้าพบพระราชาแห่งพูยอโดยพระราชายอมรับที่แฮโมซูรวบรวมกำลังจากหัวเมืองต่างๆ เพื่อต่อกับกับทหารฮั่นและพร้อมที่จะออกรบ หลังจากนั้นองค์ชายได้พาแฮโมซูไปพบกับยูฮวา เมื่อเห็นนางอีกครั้งแฮโมซูเดินไปคุกเข่าต่อหน้ายูฮวาอย่างรู้สึกผิด ยูฮวาขอให้แฮโมซูช่วยล้างแค้นให้เผ่าและครอบครัวของนาง พระชายาวอลรู้ว่าองค์ชายกึมวาสนพระทัยยูฮวาจึงเรียกมาพบตัวเพื่อสอบถามความสมัครใจว่านางอยากเป็นพระชายาคนรองขององค์ชายกึมวาหรือไม่ ยูฮวาตอบปฏิเสธและขอไปอยู่ที่ค่ายพักของแฮโมซู เมื่อองค์ชายกึมวารู้ก็ไม่ค่อยพอใจ พระชายาพูดให้องค์ชายไม่สบายใจว่าที่ยูฮวาทำเช่นนั้นเพราะนางหลงรักแฮโมซู
     แฮโมซูเร่งฝึกทหารอย่างหนัก ยูฮวาก็ช่วยเหลืองานต่างๆ ยูฮวาไปหิ้วน้ำที่ธารน้ำตกแฮโมซูได้เข้ามาช่วยถือถังน้ำกลับไปที่ค่าย ระหว่างทางทั้งสองได้หยุดพักพูดคุยกันกลางทุ่งดอกไม้ แฮโมซูพูดกับนางว่าอยู่ที่นี่นางคงลำบากมาก
     แต่ยูฮวาพูดตอบไปว่าเป็นความสมัครใจของนางเพราะเรื่องที่เผ่าและครอบครัวของนางถูกทหารฆ่าตายยังคอยตามหลอกหลอนอยู่ทุกคืน ตอนนี้ถึงเวลาที่ภาพนั้นจะหายไปเมื่อกองทัพทามูลจะต้องแก้แค้ให้แก่พวกเขาได้ ยูฮวาเล่าให้ฟังว่า นางได้ยินเรื่องของแฮโมชูครั้งแรกเมื่ออายุ 16 ทำให้นางรู้สึกว่าแฮโมซูเป็นวีรบุรุษในใจของนาง และนางไม่เสียใจเลยที่ได้ช่วยชีวิตแฮโมซูเอาไว้ในครั้งนั้น แฮโมซูได้แต่จ้องหน้าหญิงตรงหน้าด้วยความซาบซึ้ง ก่อนจะดึงตัวนางมากอดไว้ ยูฮวารู้สึกปลาบปลื้มใจเมื่อผู้ชายคนนี้ยอมรับในตัวนางแล้ว องค์ชายกึมวามองดูคนทั้งสองกอดกันอยู่บนหลังม้าด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป
     องค์ชายกึมวากลับวังพูยอและไปพบยอมีอึลกลางดึกเพื่อระบายความทุกข์และบอกว่าตนเองยอมสละคนรักให้เพื่อนรักได้เช่นกัน ขอเพียงแต่ให้เขาได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับแฮโมซูได้ต่อไป ยอมีอึลฟังแล้วรู้สึกเห็นใจองค์ชายกึมวา ก่อนออกรบแฮโมซูได้มอบแหวนไม้ที่เขาสวมไว้ที่นิ้ว ถอดให้แก่ยูฮวาใส่ไว้ และสัญญาว่าเมื่อรบเสร็จจะกลับมาใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับเจ้า เจ้าจะสามารถรับความรู้สึกของข้าได้มั๊ย ยูฮวาไม่ตอบ แต่กอดแฮโมซูเอาไว้แน่เป็นการยืนยันว่านางยอมรับที่จะร่วมชีวิตกับเขาโดยไม่เปลี่ยนใจ
     ยอมีอึลกับพูดึ๊กพูลวางแผนหาทางจำกัดแฮโมซู เพระยอมีฮึลเชื่อว่านกสามขาที่นางเห็นก็คือแฮโมซู ซึ่งอาจเป็นภัยต่อพูยอในภายหน้าผู้อพยพนับร้อยเตรียมเดินทางข้ามไปเพซูและประเทศอื่นๆ แฮโมซูจึงคิดจะยกทัพไปช่วยเหลือจึงปรึกษากับองค์ชายกึมวา เพื่อให้พระองค์เตรียมทหารไปช่วยผู้อพยพในครั้งนี้พูดึ๊กบูลได้วางแผนกับพระราชาเพื่อกำจัดแฮโมซู โดยให้องค์ชายทำการออกรบแต่มีเงื่อนไข 2 ข้อคือ ถ้าเห็นว่ามีทหารฮั่นมากเกินไปให้ถอยทัพทันที ข้อ 2 จะต้องได้ฤกษ์ยามจากยอมีอึลเสียก่อน โดยยอมีฮึลให้ฤทษ์ออกรบช้ากว่ากำหนดของแฮโมชู

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 4

     และในคืนนั้นเอง แฮโมซู เมื่อยังไม่เห็นกองทัพขององค์ชายกึมวามาสมทบ จึงออกทัพร่วมหน้าไปก่อน การเดินทัพของแฮโมซูได้รู้ถึงทหารฮั่นก่อนหน้านั้นแล้ว โดยพูตึ๊กบูลเป็นคนส่งข่าวไปให้พวกฮั่น และเป็นเหตุให้แฮโมซูถูกทหารฮั่นล้อมกรอบและถูกจับตัวได้ในที่สุด กว่ากองทัพขององค์ชายกึมวาที่ตามมาสมทบก็สายเกินไปเสียแล้ว
     แฮโมซูถูกจับตัวไปที่ยอนโท องค์ชายกลับมาบอกให้ยูฮวารู้ คืนนั้นยูฮวาจึงหนีจากค่ายทหารไปหาแฮโมซูที่เมืองยอนโทแฮโมซูถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ดวงตาทั้งสองบอดสนิท ถูกจับขึงพืดอยู่ที่หลักประหารรอการลงโทษในเวลาต่อมา ยูฮวาเมื่อไปถึงเห็นสภาพแฮโมซูเช่นนั้นก็แทบถลาเข้าไปพบ แต่ถูกองค์ชายกึมวาที่ตามมารั้งตัวไว้ ยูฮวาบอกกับองค์ชายกึมวาพร้อมกับร่ำไห้ว่า แฮโมซูตาบอดคงไม่มีโอกาสได้เห็นข้าอีกแล้ว ในท้องของข้ามีลูกของแฮโมซูอยู่ ข้าต้องบอกเขาว่าเขากำลังจะมีลูก ยูฮวาพยายามที่จะเข้าไปหาแฮโมซูที่หลักประหาร แต่ถูกองค์ชายกึมวาห้ามไว้และบอกกับยูฮวาว่าจะต้องช่วยแฮโมซูให้ได้ ต่อให้ต้องแลกกับชีวิตของเขาก็ตาม
     องค์ชายกึมวาขอร้องให้พระราชาช่วยแฮโมซูออกมาจากเมืองยอนโท พูดึ๊กบูลพูดใช้องค์ชายกึมวาเลิกล้มความตั้งใจ เพราะที่แฮโมซูถูกทหารฮั่นจับตัวไป เป็นเผนของพระราชาเพื่อป้องกันมิให้แฮโมซูเป็นใหญ่ต่อไปภายหน้าซึ่งจะส่งผลกระทบถึงเมืองพูยอได้ องค์ชายกึมวาโกรธแค้นพูดึ๊กบูลมากแต่ทำอะไรไม่ได้ จึงฟันดาบลงบนโต๊ะอย่างแรง
ถึงกระนั้นองค์ชายกึมวาก็ไม่เลิกความตังใจที่จะช่วยแฮโมชู จึงนำกำลังที่มีเข้าโจมตีขบวนทหารที่คุมตัวแฮโมซูไปประหารที่ฮั่นจนออกมาได้แต่ระหว่างที่ควบมาตามทางนั้น ทั้งสองเกิดพลัดหลงกันตรงทางแยก แฮโมซูที่ดวงตาปิดสนิท มีเพียงม้าเป็นผู้นำทาง ม้าพาเขาวิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าผาสูง เบื้องล่างเป็นแม่นำสายใหญ่ แฮโมซูถูกทหารยิงด้วยธนูพลัดตกลงไปในแม่น้ำ องค์ชายกึมวาได้แต่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่อีกฝั่ง
     หลายเดือนต่อมายูฮวาได้ให้กำเนิดลูกชาย โดยนางตั้งชื่อลูกชายว่า จูมง เวลาที่จูมงถือกำเนิด ยอมีอึลได้มองเห็นนกสามเขาบินผงาดอยู่บนท้องฟ้าอีกครั้ง ทำให้ยอมีฮึลไม่สบายใจรีบเรียกพูดึ๊กบูลมาพบทันที พูดึ๊กบูลบอกว่าแฮโมซูตายแล้ว แต่นางก็ยังไม่สบายใจเพราะว่านกสามขายังไม่ตายแถมยังบินได้อย่างแข็งแรง แสดงว่ามันต้องบินกลับมาอีกครั้ง
องค์ชายกึมวาไปเยี่ยมยูฮวาและลูก เมื่อเห็นลูกชายนางครั้งแรกก็รู้สึกถูกซะตาจึงขอรับเลี้ยงไว้เสมือนลูกชาย แต่ยูฮวาบอกว่านางจะพาลูกไปจากที่นี่ พร้อมบอกว่า เมื่อเด็กคนนี้โตขึ้น ข้าจะบอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้นกับแฮโมชู ข้าจะเลี้ยเขาให้เติบโตขึ้นมาอย่างแฮโมซู เด็กคนนี้คือลูกของแฮโมซู องค์ชายกึมวาบอกกับยูฮวาว่า ถ้านางไปพวกทหารฮั่นจะไม่ไว้ชีวิตคนที่เกี่ยวข้องกับแฮโมซูถ้าพวกนั้นรู้ว่าแฮโมซูมีลูก และนางจะสอนอะไรกับลูกได้นอกจากล่าสัตว์ ให้ขุดหาสมุนไพร แล้วมันจะช่วยให้เด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาอย่างแฮโมซูได้อย่างไรยูฮวาจำนนท์ต่อเหตุผลขององค์ชายกึมวา เมื่อพระองค์บอกว่าเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของแฮโมชู เขาต้องยินดีมากถ้าหากยกลูกของนางให้เป็นของเขา
     พระราชาประชวรหนักนอนรักษาพระองค์อยู่บนที่บรรทม องค์ชายถึมวาเข้ามาบอกว่าบัดนี้ยูฮวาได้ให้กำเนิดลูกชายที่เป็นสายเลือดของแฮโมซู คนที่พระองค์คิดจะฆ่าให้ตาย แต่บัดนี้ลูกชายของแฮโมซูกลายมาเป็นลูกขององค์ชายแล้ว เพื่อให้สานต่อเจตนารมณ์ที่แฮโมซูเคยทำไว้ให้สำเร็จในอนาคต พูดึ๊กบูลและพระชายารู้เรื่องยูฮวาให้กำเนิดลูกชาย เขาคิดว่าเด็กคนนี้เป็นลูกของแฮโมซู ตามคำทำนายของยอมีอึลที่ว่านกสามขายังไม่ตาย พูดึ๊กพูลจึงให้แม่ทัพอึกจีหาทางกำจัดยูฮวาและลูกชายเสีย
     และให้คืนนั้นแม่ทัพฮึกจีได้มาหายูฮวาที่ห้องเพื่อหวังฆ่าให้ตาย แต่ยูฮวาได้ตัดสินใจอุ้มลูกหนีออกมาเสียก่อนยูฮวาอุ้มลูกหนีมาตามขุนเขาเจอกับทหารฮั่นที่กำลังนำผู้อพยพไปคุมขัง พวกทหารฮั่นจะจับตัวนางไปข่มขืน โชคดีที่แม่ทัพฮึกจีมาขวางเอาไว้ แต่แม้นแม่ทัพจะช่วยนางให้รอดพ้นจากพวกฮั่น แต่เขาก็คิดกำจัดนางตามคำสั่งของพูดึ๊กบูล
นางอุ้มลูกท่ามกลางสายฝนจ้องหน้าแม่ทัพเขม็ง แม่ทัพฮึกจีบอกยูฮวาว่าเขาทำเช่นนี้เราะเป็นความต้องการของพูดึ๊กบูล และที่แฮโมซูต้องตายไป เป็นเพราะแผนของพระราชา ยูฮวาได้ยินถึงกับตระหนก แล้วถามกลับไปว่า องค์ชายกึมวาทรงราบเรื่องนี้หรือเปล่าว แม่ทัพฮึกจีบอก องค์ชายไม่ทราบเรื่องนี้เลย มันคงเป็นโชคชะตาของนางและลูก ฉะนั้นจงอย่าอาฆาตข้าเลย แม่ทัพฮึกจีชูดาบขึ้นฟ้าหมายฟาดฟันลงมาสุดแรงเกิด แต่สายฟ้ากลับพุ่งเข้าสู่ปลายดาบซ็อดร่างของแม่ทัพอย่างแรง จนหมดสติไปทันที
     ยูฮวาจึงตัดสินใจอุ้มลูกกลับวังมาหาองค์ชายกึมวาที่วังหลวง โดยหวังว่าเมื่อจูมงโตขึ้นมาเขาจะช่วยแก้แค้นพระราชาที่ได้ฆ่าพ่อของเขาตาย องค์ชายกึมวาได้พูดกับยูฮวาและลูกของนางว่า ข้าขอสาบานกับสรวงสรรค์ว่าตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ จะไม่มีใครสามารถทำร้ายเด็กผู้นี้ได้เลย แม้ว่าพวกเทพเจ้าองค์ใดใช้กำลังเพื่อจะทำร้ายเด็กคนนี้ข้าก็จะสู้กับสรวงสวรรค์ตามที่แฮโมซูควรได้ทำ ข้าจะช่วยเขาให้กลายเป็นวีรบุรุษของโซซอน พูดึ๊กบูลยืนดูคนทั้งสองด้วยสีหน้าไม่สบายใจ

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 5

     20 ปี ผ่านไป องค์ชายกึมวามีโอรส 2 พระองค์ คือองค์ชายเทโซ และองค์ชายยองโบ จากนั้นองค์ชายกึมวาก็ได้ขึ้นครองราชย์บังลังก์ต่อจากพระราชาแฮพูลูที่สิ้นพระชนน์
พระราชกึมวาแต่งตั้งให้ยูฮวาขึ้นเป็นพระสนมอีกหนึ่งคน และเลี้ยงดูจูมงเสมือนลูกของพระองค์เอง พระราชากึมวาทำการสู้รบตามเจตนารมณ์ของแฮโมซูล่าดินแดงโคโซซอนให้เป็นอาณานิคมของพูยอโดยมีโอรสทั้งสอง และยอมีอึล ได้ร่วมเดินทางไปด้วย เพื่อพยากรณ์การสู้รบ ทำให้พูยอขยายตัวขึ้นจนถึงจุดที่สามารถข่มขู่ชนชาติฮั่นได้
     จูมงเป็นเด็กหนุ่มที่รักสนุก ไม่สนใจเรื่องการสงครามหรือสู้รบแต่อย่างใด และมักแอบไปหาความสุขกับพวกนางกำนัลของตำหนักพยากรณ์อยู่บ่อยๆ โดยไม่สนใจคำห้ามปราม จูมงไม่เคยเรียนฟันดาบ แต่ถูกจับให้เข้าสู่สนามรบ ทำให้พลาดพลั้งถูกศัตรูเกือบฆ่าตาย แต่องค์ชายเทโซได้ช่วยเอาไว้ การต่อสู้ของจูมงอยู่ในสายตาของพระราชากึมวาตลอดเวลา ทำให้พระองค์ตระหนักถึงความไม่เอาไหนของจูมงทั้งที่พระองค์เคยลั่นวาจาว่าจะเลี้ยงดูเขาให้เหมือนแฮโมซูผู้กล้าหาญการสู้รบไม่เว้นแต่ละปีทำให้ไม่มีเวลาพัก ทหารบางคนหนีทัพกลับไปหาลูกเมีย ทำให้เหล่าขุนนางและยอมีอึลแนะนำให้พระราชายกทัพกลับเข้าเมือง
     พระราชากึมวาเมื่อมาถึงวัง ก็รีบไปหายูฮวา ทำให้พระชายาวอลและองค์ชายทั้ง 2 เคียดแค้นชิงชังสองแม่ลูกยูฮวาและจูมงเป็นอย่างมาก พระราชากลับเข้าเมืองเพื่อทำพิธีขอบคุณพระเจ้า แต่ในคืนวันทำพิธีจูมงหนีออกไปหานางสนมพูยองในตำหนักยอมีอึล โดยจับนางเข้าไปในห้องเก็บของหยอกล้อนางอย่างอำเภอใจ ทหารยามเห็นห้องเก็บของเปิดประตูแง้มไว้จึงลั่นดานประตูด้านนอกเพราะคิดว่าไม่มีใครอยู่ข้างใน พิธีเริ่มนานแล้ว แต่จูมงก็ไม่ได้มาร่วมพิธีเพราะออกจากห้องเก็บของไม่ได้ ทำให้พระราชาและยูฮวาไม่สบายใจ กระทั้งเช้า ยอนโบมาที่ห้องเก็บของเห็นจูมงกับพูยองนอนหลับอยู่ในห้องตามลำพัง จึงบอกให้พระราชารู้ เหล่าเสนาฯ และขุนนางพากันกราบทูลให้ลงโทษจูมงชั้นสูงสุด พระราชาโกรธมาก กระชากดาบจากฝักของทหารมาจ่อคอจูมงทันที จูมงยอมรับผิดและขอร้องทั้งน้ำตาให้พระราชาอภัยในความผิด ยูฮวายอมรับผิดในสิ่งที่จูมงทำ จึงขอให้พระองค์ไล่นางกับจูมงออกไปจากวัง และปลดจูมงให้เป็นสามัญชนธรรมดา แต่พระราชาสั่งให้ลงโทษจูมงด้วยการโบยด้วยไม้กระดาษ 20 ที แต่องค์ชายเทโซห้ามไว้ อ้างว่าพรุ่งนี้จูงมงจะต้องออกเดินทางไปตามหาเกาทัณฑ์ทามูล เพราะถ้าลงโทษจูมงแล้ว จูมงจะเดินทางไปกับเขาและองค์ชายยอนโบไม่ได้ พระราชาจึงเลื่อนการลงโทษไปก่อน จริงๆ แล้วพระชายาวอล องค์ชายเทโซ และองค์ชายยอนโบ มีแผนจะกำจัดจูมงในการเดินไปทามูลไว้ก่อนแล้ว
     ในวันเดินทางพระราชาเรียกโอรสทั้ง 3 มาพบ และกำชับว่าการออกนอกวังครั้งนี้ ห้ามพวกเขาเปิดเผยฐานะให้ใครรู้และให้ใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ เพื่อค้นหาเกาทัณฑ์ทามูลให้พบ สามคนพี่น้องในชุดชาวบ้านธรรม ควบม้าออกสู่นอกเมืองอยางทะเยอทะยาน ตลอดเส้นทางจูมงถูกพี่น้องสองคนคอยเล่นงานอยู่ตลอดเวลา เทโซออกอุบายให้จูมงเป็นคนนำทางทำให้เขาพลัดเข้าป่าลึกซึ่งมีโคลนดูด ความอึมครึมของป่าทำให้เทโซและยอนโบได้โอกาสค่อยๆ หลบหนีออกมาทั้งสองเมื่อเห็นจูมงตกลงไปในโคลนดูดก็ไม่คิดจะเข้าไปช่วย เหลือกลับทะยานม้าควบหนีหายไปจูมงถูกโคลนดูดแทบจะมิดร่าง ก่อนที่เขาจะหมดสติไป ได้มีชายหญิงคู่หนึ่งมาช่วยดึงเขาออกไปจากโคลนดูด ผู้ที่ช่วยจูมงเอาไว้คือโซซอโน ลูกสาวคนเดียวของพ่อค้ายอนทาบอล ซึ่งนางได้เป็นผู้นำเพื่อเอาสินค้าไปส่งให้กับลูกค้าในอีกเมืองหนึ่งโดยการแปลมปลงตัวเองให้ดูเหมือนผู้ชาย
     เมื่อจูมงตื่นขึ้นมา ก็เห็นตัวเองอยู่ในแคมป็ของหญิงสาว จึงถามนางว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน แต่กลับถูกนางยียวนว่าเขาไม่สำนึกบุญคุณผู้ที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้ จูมงเกือบพลังปากออกมาว่าเขาคือองค์ชายแห่งพูยอ โซซอโนถามว่ามีอะไรเกี่ยวกับเจ้าชาย แต่ต่อว่าจูมงช่างเป็นผู้ชายที่ไม่เอาไหนจริงๆโซซอโนปลายตามอง แล้วเดินเฉียดกายเขาออกไป จูมงโมโห วิ่งไปกระชากแขนนาง แต่กลับถูกนางถีบจนล้มและเอาแส้ในมือขึ้นฟาดจูมงอย่างแรง เผอิญมือนางปัดที่มัดผมทำให้ผมหลุดกระจาย จูมงตกใจเมือรู้ว่านางเป็นผู้หญิง โซซอโนพูดต่อไปว่าเจ้าโมโหที่ข้าเป็นแค่ผู้หญิงเรอะ มาสู้กับข้าสิ ข้าสามารถล้มผู้ชายอย่างเจ้าได้ 10 คน
     ขบวนสินค้าเดินทางต่อไป ส่วนจูมงถูกจับมัดแขนมัดตัวเอาไว้ค่อยๆ เดินตามขบวนไปอย่างยากลำบาก โซซอโนนำสินค้ามาส่งมอบให้กับนายทหารคนหนึ่ง แต่นายทหารคนนั้นกลับตุกติกคิดหักหลัง โดยนำกำลังทหารมาโจมตี แต่ผู้คุ้มกันของนางได้ปกป้องขบวนสินค้าเอาไว้ได้ โดยโซซอโนได้แต่ยืนดูเฉยๆ พวกทหารเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ โซซอโนให้อูเทเป็นคนลงมือฆ่าทุกคนให้ตาย แต่เขาปฏิเสธไม่ยอมทำ แต่นางยืนยันคำสั่ง อูเทบอกถ้าจะฆ่าก็ให้นางเป็นคนลงมือเอง โซซอโนมองอูเทด้วยความโมโห และพูดว่าข้าจะไม่ทำการค้ากับเมืองเฮงอินอีกต่อไป ส่วนอาวุธพวกนี้จะถูกนำไปขายให้กับเมืองโอโจ ศัตรูของเมืองเฮงอิน นางบอกกับเหล่าทหารพวกนั้นให้ออกใปให้หมด พวกทหารหล่านั้นพากันวิ่งหนีออกไป

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 6

     การค้ายุติลงแล้ว แต่โซซอโนยังโกรธอูเทไม่หาย นางได้แต่เก็บอารมณ์เอาไว้ ท่านใจแคบเกินไปที่จะทำการค้า ท่านอาจจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเป็นพันเท่าในอนาคต
จูมงเปรยๆขึ้นมา ในความเห็นของข้า ตำแหน่งหัวหน้าควรจะตกไปอยู่ที่คนอื่น กลุ่มของท่านควรจะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่านี้ถ้าหากว่าผู้ชายคนนั้นเป็นหัวหน้า จูมงคิดว่าโซซอโนไม่เหมาะสมที่จะเป็นหัวหน้ากลุ่ม อูเทไม่พอใจกระชากดาบมาจ่อคอจูมงเอาไว้ พร้อมกับพูดว่า เจ้ากล้าดียังไงมาพูดกับข้าอย่างนี้ ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้าถ้าหากเจ้าเปิดปากอีกละก็ข้าจะฆ่าเจ้าจูมงทำฮึดฮัด แต่มือถูกผูกติดไว้กับเกวียนทำอะไรไม่ได้ แต่กะโกนด่าร้องท้าทายจะต่อสู้กับอูเท โซซอโนนึกสนุกจึงรับคำท้าของจูมง บอกว่าถ้าหากเขาชนะ นางจะยอมทำตามที่เขาขอร้อง แต่ถ้าจูมงแพ้ นางจะขายเขาไปเป็นทาสทันที โดยให้จูมงต่อสู้กับลูกหาบคนหนึ่ง จูมงต้องต่อสุ้อย่างสุดความสามารถเพื่อไม่ให้ตัวเองไปเป็นทาสคนอื่น สุดท้ายจูมงเป็นฝ่ายชนะแบบฟลุกๆทั้งที่ไม่มีความรู้เรื่องการต่อสู้
     โซซอโนพาจูมงไปถึงจุดหมายตามที่รับปากไว้ ก่อนที่จูมงจะแยกจากกลุ่มโซซอโนเพื่อขึ้นไปหาเกาทัณฑ์ทามูล เขาได้พูดบางอย่างกับนางไว้ในเมื่อท่านไม่ยอมเปิดเผยชื่อให้ข้ารู้ ข้าจะบอกชื่อของข้าแทนและกัน ข้าชื่อจูมง ข้าจำเป็นต้องปกปิดฐานะที่แท้จริงของข้าเนื่องจากเหตุผลบางอย่าง แต่จริงๆ แล้วข้าเป็นเจ้าชายแห่งพูยอ จูมงแอบกระซิบข้างหูนางโซซอโนซ่อนยิ้มหยัน จูมงย้ำ จำข้าไว้ให้ดีละ ข้าชอบเจ้า ถ้าหากว่าเจ้าไปพูยอเมื่อไหร่ ก็มาพบข้าได้ทุกเมื่อ คนบ้า...ชั่งไม่เอาไหน โซซอโนพูดใส่หน้าแล้วเดินไปขึ้นม้าควบออกไป แม้นางจะไม่บอกชื่อ แต่จูมงก็จำได้ว่านางชื่อโซซอโน เพราะได้ยินตอนที่นางแนะนำตัวให้ทหารคนนั้นรู้ระหว่างทางจูมงเดินขึ้นเขาอย่างอ่อนแรงจึงแวะพักอีกฟากหนึ่งของโขดหิน กระทั้งได้ยินเสียงเทโซและยอนโบคุยกันเรื่องของเขาจึงรู้ว่าคนทั้งสองคิดร้ายกันเขา โดยหลอกให้เขาหลงป่าและตกลงไปในบ่อโคลนดูดเพื่อกำจัดเขาให้ตาย จูมงเมื่อได้ยินสองพี่น้องพูดเช่นได้แต่ร้องไห้ออกมาอย่างเจ็บปวด ก่อนจะฮึดสู้ขึ้นออกค้นหาเกาทัณฑ์ทามูลต่อไป
     เทโซและยอนโบพบถ้าที่เก็บเกาทัณฑ์และนำมันมาเพื่อร้อยสาย แต่ทั้งสองพยายามเท่าไรก็ไม่สามารถร้อยสายเกาทัณฑ์ได้ หลังที่ทั้งสองคนจากไปแล้ว จูมงเดินทางมาตามลายแทงและเข้าไปในถ้ำ เจอเกาทัณฑ์วางอยู่บนแท่นหิน เขาหยิบมาขึ้นสายธนูอย่างง่ายดาย และลองยิงธนูเล่นอย่างย่ามใจ ปรากฏว่าคันธนูเกิดหักออกเป็นสองท่อน จูมงรู้สึกตกใจมากที่ทำผิดอย่างร้ายแรง จึงรีบเอาไปเก็บไว้ที่เดิมโทโซกับยอนโบกลับมาถึงวังหลวง ทั้งสองตีสีหน้าโศกเศร้ากับการเสียใจที่จูมงตายจากไปต่อพระราชา
     ยูฮวาได้ข่าวว่าลูกเสียชีวิตนางได้แต่เสียใจ แต่ก็ไม่ยอมรับว่าจูมงจะเสียชิตตจริงๆ พระราชาสั่งให้ทหารออกค้นหาทันที แต่ทุกคนก็ต้องตกใจที่เห็นจูมงเดินกลับเข้ามาในวัง
ยูฮวาดีใจมากที่เห็นจุมงกลับมาอย่างปลอดภัย นางถามจูมงว่าได้ไปที่เขาซิโจและได้พบเกาทัณฑ์ทามูลหรือไม่ จูมงบอกว่าเขาได้พบมันแล้ว จูมงไม่มีโอกาสอธิบายอะไรให้ยูฮวาฟัง ทั้งคู่ก็ถูกตามตัวไปเข้าพิธีเพื่อรับขวัญ พระราชาถามโอรสทั้งสามถึงการไปตามหาเกาทัณฑ์ว่าได้ลองขึ้นสายธนูหรือไม่ เทโซและยอนโบ ทั้งคู่ไม่ได้บอกความจริงกับพระราชา เทโซบอกว่าเขาสามารถขึ้นสายธนูได้อย่างง่ายดาย ส่วนบอนโบก็ใช้ความพยายามขึ้นสายธนูได้เช่นกัน ส่วนจูมงกลับบอกไปว่าเขาไม่พบเกาทัณฑ์แต่อย่างใด เพราะเมื่อรอดพ้นจากบ่อโคลนมาได้ก็เกิดความกลัวรีบเดินทางกลับวังหลวงทันที
     เมื่อยูฮวากับมาที่ห้องก็คาดคันความจริงจากจูมง จูมงบอกความจริงกับนางว่าได้พบเกาทัณฑ์ศักดิ์สิทธิ์จริง แถมขึงเชือกมันใส่อย่างง่ายดาย แต่ตอนที่พยายามดึงเชือก เกาพัณฑ์ทามูลมันก็หัก ทำให้ไม่กล้าบอกความจริงกับพระราชากึมวา จูมงพูดถึงเรื่องที่ตนเองหลงป่าและตกไปในบ่อโคลนว่าเป็นแผนการขององค์ชายเทโซและยอนโบ เพื่อต้องการให้เขาตาย
     เมื่อจูมงกลับมา พระชายาก็ไม่สบายใจเรื่องการตั้งแต่รัชทายาท ถึงแม้ว่าเทโซจะมีอายุมากกว่าใคร แต่ก็ไม่มีใครสามารถเดาใจพระราชากึมวาได้วาจะเลือกใคร เรื่องนี้ทำให้เทโซรู้สึกหนักใจ องค์ชายเทโซและยองโบยังไม่เลิกล้มความตั้งใจที่จะกำจัดจูมงให้ได้ จึงพยายามหาวิธีที่จะกำจัดจูมงและสืบดูความเคลือนไหวของจูมงตลอดเวลา ยูฮวารู้สึกหนักใจในตัวของจูมงที่เป็นคนไม่ทะเยอทะยานและมักใหญ่ใฝ่สูงและรู้ดีว่านางและจูมงจะอยู่อย่างไม่ปลอดภัย เขาจึงทำตัวขี้ขลาดหวาดกลัว เพื่อให้ทุกคนมองข้ามความสำคัญของเขาไป จะได้ไม่เป็นอันตรายในอนาคตเมื่อต้องเลือกองค์รัชทายาท แต่ยูฮวาต้องการให้จูมงเป็นรัชทายาทให้ได้ถึงแม้จูมงจะไม่คิดเห็นนั้น แต่ก็จำนวนด้วยเหตุผลของยูฮวา ยูฮวาบอกว่าเมื่อจูมงได้เป็นรัชทายาทแล้ว จูมงจะต้องทำงานใหญ่อย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอกเจ้า แต่ตอนนี้ยูฮวาต้องการให้จูมงเรียนรู้เรื่องการต่อสู้และปิดเรื่องนี้เป็นความลับไม่ให้ใครล่วงรู้

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 7

     ยูฮวาแอบให้จูมงเรียนการต่อสู้อย่างลับๆ นอกวัง โดยให้นางสนมหาคนมีฝีมือมาช่วยฝึกสอน นางสนมเอกจึงแนะนำพี่ชายซึ่งเป็นหัวหน้าคุกนักโทษพิเศษในค้ำมาช่วยฝึกสอน โดยปิดเรื่องนี้เป็นความลับ จูมงแอบหนีออกวังไปเรียนวิชาการต่อสู้จากมูชงเป็นประจำโดยไม่ได้เปิดเผยฐานะของตัวเอง มูชงเป็นคนขี้เมาวันๆ เอาแต่กินเหลา จึงสอนวิทยายุทธ์ให้แบบงูๆ ปลาๆ แต่ก็พอที่จะทำให้จูมงเรียนรู้เรื่องการต่อสู้ได้มากขึ้นช่างตีเหล็กได้พัฒนาดาบใหม่ขึ้นมา จึงนำมาถวายพระราชาเพื่อใช้ทดสอบ พระราชาจึงจัดให้มีการประลองดาบที่ลานฝึก องค์ชายเทโซคิดจะแสดงฝีมือการฟันดาบของตนให้พระราชาเห็น จึงขอลองดาบเล่มนั้น และท้าประลองกับจูมง โดยจูมงใช้ดาบของพวกชาวฮั่น
     เทโซต่อสู้ด้วยดาบเล่มใหม่หวังให้จูมงได้รับบาดเจ็บ แต่ตอนนี้จูมงพอมีฝีมือในการต่อสู้อยู่บ้างและสามารถชนะองค์ชายเทโซได้ แถมยังทำให้ดาบเล่มใหม่ที่อยู่ในมือของเทโซหักลงเป็นสองท่อน เทโซรู้ทันทีว่าจูมงแอบไปเรียนรู้เรื่องการต่อสู้มา ช่างตีดาบโมพัลโม เมื่อเห็นดาบที่พัฒนาขึ้นมาหักจึงขอให้พระราชาอภัยโทษที่ทำให้พระราชาผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า พระราชาถึงแม้จะผิดหวังแต่ก็ไม่ได้ลงโทษอะไร และให้โมพัลโมพยายามพัฒนาดาบให้มีความแข่งแกร่งเทียบกับดาบของพวกชาวฮั่นให้ได้
     หลังจากวันประลองจูมงก็ถูกจับตาจากองค์ชายทั้งสองมากขึ้น แต่จูมงก็สามารถลอบออกมาเรียนการต่อสู้ได้ทุกครั้ง พระชายาวอลก็คอยหาเรื่องยูฮวาเพื่อตอกย้ำเรื่องในอดีด โดยให้นักกวีมาเล่าเรื่องราวแฮโมซูและหญิงที่ได้ช่วยชิวิตของแฮโมซูจนเผ่าของนางต้องตายหมด และนางได้ตั้งท้องกับแฮโมซู จนแฮโมซูได้ตายไป โดยไม่มีผู้รู้ว่าผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่ไหน แต่เชื่อว่านางคงเลี้ยงลูกของแฮโมซูและจะกลับมาสู้รบกับชาวอั่น ยูฮวาทนฟังด้วยความปวดใจยิ่งนัก พระชายาคอยชำเลืองดูด้วยสีหน้าหยามหยัน ก่อนจะพูดต่อว่านักกวี เจ้ารู้ไหมว่าเจ้ากำลังนำความเสื่อมเสียแก่พระราชาและลูกสาวเผ่าอาแบที่เจ้ากล่าวถึงในเรื่อง เพราะหญิงที่เจ้ากล่าวถึงก็คือพระสนมยูฮวาผู้ที่นั่งอยู่ต้องหน้าเจ้า และยังได้ให้บุตรชาแก่ฝ่าบาทอีกด้วย พระชายาทำเป็นโกรธเกรี้ยวดุด่านักกวี ยูฮวาร้องขอเอาไว้ไม่ให้ลงโทษนักกวี พระชายาทำเป็นเห็นใจและขอให้นักกวีหยุดพูดเรื่องนี้อีกต่อไป แต่จริงๆ แล้วนางต้องการให้นักกวีเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้คนอื่นๆ ฟังอีกต่อไปโดยเน้นย้ำให้รู้ว่า ยูฮวาที่อยู่ในเรื่องของแฮโมซู ก็คือพระสนมของพระราชากึมวานั่นเอง
     ยอนทาบอลได้เจอกับยอมีอึลตอนที่นางไปอาบน้ำและต่อดวงวิญญาณที่ธารน้ำตก ยอนทาบอลเกิดตกหลุมรักนางทันที จึงได้เขาไปแสดงความรู้จัก อ้างว่าอยากให้นางทำนายเรื่องการค้า ยอมีอึลจึงนัดให้ไปพบที่ตำหนักพยากรณ์ในวัง วันถัดมา ยอนทาบอลได้นำผ้าไหมอย่างดีมามอบให้กับยอมีอึลเป็นของกำนัล และได้สนทนากัน ยิ่งทำให้เขารู้สึกสนใจนางมากขึ้น
     จูมงไปฝึกซ้อมการต่อสู้กับมูชงที่ถ้ำอีกวัน วันนี้เขาได้ชวยมูชงแจกอาหารให้กับนักโทษ เขาเห็นว่ามีนักโทษคนหนึ่งเป็นนักโทษที่ถูกจับแยกไปขังเดียว จูมงถามมูชงว่าเป็นใครและทำผิดอะไร มูชงให้คำตอบไม่ได้ เพราะไม่รู้เรื่องของนักโทษที่นี่ ตอนที่มาเป็นผู้คุมที่นี่ก็เห็นเขาจำคุกอยู่ก่อนแล้ว นักโทษคนนั้นนั่งสมาธิและหันหลังให้จูมงอยู่บนแคร่เพียงตัวเดียว จูมงจับตามองด้วยความสงสัย
     คืนนั้นพระราชากึมวาฝันเห็นแฮโมซู ทำให้พระองค์สะดุ้งตื่นกลางดึง จึงรีบมาขอพบยอมีอึลที่ตำหนักทันที่เพื่อเล่าความฝันให้ฟัง ยอมีอึลหนักใจ ทำป็นนั่งสมาธิหลับตา ก่อนจะตอบไปว่า พระราชายังทรงจำที่ท่านมีกับแฮโมซูเลยทำให้ฝันแบบนั้น พระราชาให้ยอมีอึลหาวันฤกษ์ดีให้เพื่อจัดงานระลึกถึงแม่ทัพแฮโมซูและข้าจะยืนยันคำปฏิญาณที่ได้ให้ไว้กับเขา ยอมีอึลตอบแบบลำบากใจเพราะนางรู้อยู่แก่ใจดีว่าแฮโมซูยังไม่ได้เสียชีวิตอย่างที่ใครๆ เข้าใจ
     จูมงเล่าเรื่องที่เขาไปเจอกับนักโทษในคุกให้ยูฮวาฟัง และคุกที่มูชงดูแลนั้นไม่ได้อยู่ในเขตพระราชวังแต่อยู่ในถ้าแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่รู้ว่าพวกนั้นทำผิดอะไร แต่มีนักโทษคนหนึ่งที่ถูกขังเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว จูมงเล่าต่อไปว่านักโทษคนนี้ผมของเขากลายเป็นสีขาวเพราะต้องอยู่ในความมืดมานาน ตาของเขาบอดทั้ง 2 ข้าง แต่ที่น่าแปลกคือชั่วขณะที่ข้าชายตาไปมองเขานั้น ข้ารู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าที่ใจ ถึงตอนนี้ข้ายังคงความรู้สึกนี้อยู่ ยูฮวาได้ยินลูกชายพูดเช่นนั้นนางได้แต่นั่งฮึ้ง นึกไปถึงแฮโมซูที่ตาบอดเช่นกัน ยูฮวาอยากรู้ว่านักโทษคนที่เล่าถึงเป็นใคร จึงให้จูมงหาวิธีจะทำให้รู้ได้ไหนว่าเขาเป็นใคร และก่อความผิดอะไรไว้ เรื่องนี้จูมงรู้สึกลำบากใจที่จะหาคำตอบ เพราะตัวมูชงเองก็ยังไมรู้ว่านักโทษที่พวกเขาดูแลนั้นเป็นใคร

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 8

     ทางด้านยอมีฮึล เมื่อได้คุยกับพระราชากึมวาแล้ว นางก็ไม่สบายใจจึงได้เรียนพูดึ๊กบูลมาพบที่ตำหนัก เล่าเรื่องความฝันของพระองค์ให้ฟัง และบอกอีกว่าพระองค์ให้หาฤทษ์ทำพิธีรำลึกถึงแฮโมซู พูดึ๊กพูลคิดว่าแฮโมซูยังมีบทบาทต่อพระราชากึมวาอยู่มาก ทำให้พระองค์ไม่ยอมเลิกล้มความคิดที่จะทำสงครามกับพวกฮั่น ยอมีฮึลบอกความจริงแก่พูดึ๊กบูลว่า แท้จริงแล้วแฮโมซูยังมีชิวิตอยู่ โดยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า หลังจากที่แฮโมซูถูกยิงด้วยธนูพลัดตกลงไปในแม่น้ำ เขาได้กลับมาที่วังหลวง แต่ถูกทหารจับตัวไว้ ทหารถามยอมีอึลว่าควรจะฆ่าเขาทิ้งหรือไม่ แต่ยอมีอึลบอกว่าถ้าฆ่าเขาตอนนี้จะไม่เป็นผลดีต่อพูยอ จึงให้นำตัวแฮโมซูไปขังไว้ที่ถ้ำแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีใครรู้จักและไม่บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้แม้แต่พระราชากึมวา ตลอดเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ข้าได้พยายามที่จะลบเรื่องท่านแม่ทัพออกไปจากความทรงจำของข้า ตอนนี้ข้าต้องเห็นเขาด้วยตัวของข้าเอง ยอมีฮึลกล่าวหนักแน่น
     ในวันรุ่งขึ้น ยอมีอึลและพูดึ๊กบูลได้เดินทางไปที่ภูเขาซูมิเพื่อจะดูหน้าแฮโมชูให้เห็นกับตา เช่นเดียวกับจูมงเขาได้เดินทางมาที่คุกแห่งนี้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อจะเข้าไปสอบถามว่าเขาเป็นใครจูมงถามแฮโมซูว่า ท่านเป็นใครกัน ทำไมถูกคุมขังในที่แห่งนี้ แฮโมซูตอบ แม้แต่ตัวข้าเองก็ยังไม่รู้ ข้าได้พยายามครุ่นคิดไตร่ตรองอยู่เสมอ แต่ข้าก็ไม่รู้อยู่ดี เจ้าถามว่าข้าเป็นใครใช่มั้ย ข้าลืมไปแล้วว่าตัวข้าเป็นใคร จูมงรุ้สึกว่านักโทษคนนี้ท่าทางแปลกๆ จึงไม่ถามอะไรอีก และออกมาจากห้องขัง
     จูมงเห็นมูชงพาพูดึ๊กบูลและยอมีอึลเข้ามาในถ้ำ จึงแอบดูอยู่ห่างๆ มูชงได้พาคนทั้งสองเข้าไปในห้องขังของแฮโมซู เขาร้องทักผู้คุมนักโทษอย่างคุ้นเคย และสัมผัสได้ว่ามีคนเข้ามาในห้องมากว่าหนึ่งคน 'มีอะไรหรือเปล่าว ท่านขังข้าไว้ในนี้นานแล้วนะ แฮโมซูเอ่ยถามผู้ที่ติดตามมาด้วย ลมอะไรหอบท่านมาที่นี่ได้ล่ะ ใครมากับท่านล่ะ' ทั้งสองสีหน้าอึกอัก เดี๋ยว นี่ท่านตาบอดจริงๆ แน่นะ ท่านรู้ได้ยังไง ในจำนวนคนที่มากับเจ้า หนึ่งในนั้น เป็นผู้หญิง 'ข้าไม่ได้กลิ่นของผู้หญิงมานานแล้ว พวกท่านมาทำไมกันรึ' ไม่มีใครตอบ แต่พูดึ๊กบูลส่งสัญญาณให้รีบออกไปจากถ้ำ จูมงจับตาดูจนกระทั่งทั้งสองอออกจากถ้ำไปแล้ว มูชงจึงรีบกลับมาหาจูมงในถ้ำ *ท่านเสนาบดีมาที่นี่ทำไม *ท่านเห็นรึ *ท่านเสนาบดีมาพบนักโทษทำไมกัน ผู้ชายคนนั้นเป็นใคร เขาทำอะไรผิด ท่านรู้เรื่องอะไรบ้างมั้ย *ข้าไม่รู้ ถึงแม้ว่าจะรู้ก็ตาม ข้าก็ไม่มีทางบอกเจ้า เพราะฉะนั้น เลิกถามได้แล้ว และเจ้าควรออกไปเถอะ ข้าขอร้อง มูชงรีบดึงจูมงออกไปจากถ้ำและกำชับไม่ให้เขามาที่นี่อีก เพราะกลัวเสนาบดีรู้ อาจทำให้เขาถูกลงโทษได้
     องค์ชายเทโซรู้จากยอนโบว่าจูมงออกไปข้างออก แต่ไม่รู้ว่าไปไหนและไปทำอะไร องค์ชายจึงเรียกให้จูมงไปที่เสนามฝึกดาบ องค์ชายเทโซท้าฟันดาบกับจูมงอีกครั้ง คราวนี้จูมงแพ้และดาบถูกฟันหักเป็นสองท่อน เทโซจ่อดาบไปที่คอหอยของจูมง และกล่าวว่า ข้าจะสอนวิชาใหม่ให้เจ้า ถึงแม้ว่าข้าจะพูดชักชวนเจ้ามากเพียงใด แต่เจ้าก็อย่าบังอาจที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้กับช้า ความบุ่มบ่าม จะนำไปสู่ความตายจำไว้ให้ดี จูมงเหมือนถูกเทโซขู่อาฆาต เขาได้แต่ยืนนิ่ง เก็บความแค้นเอาไว้ในใจ ด้วยความฮึดสู้ที่จะเอาชนะองค์ชายเทโซ จูมงจึงไปขอร้องให้โมพัลโมตีตาบที่แข็งแกร่งให้เขาหนึ่งเล่ม ที่แรกโมพัลโมปฏิเสธ แต่ก็ต้องยอมแพ้จูมงเมื่อจูมงนำเหล้าชั้นดีที่จูมงเอามาติดสินบน จึงยอมให้จูมงมาเรียนตีดาบที่โรงตีดาบในช่วงกลางคืน จูมงแอบมาตีดาบกับโมพัลโมแทบทุกคืน เพื่อจะได้ดาบเนื้อดีเอาไว้ใช้เหมือนที่องค์ชายเทโซมี กระทั่งลูกน้องขององค์ชายยอนโบที่คอยจับตาดูจูมงแอบเห็นว่าจูมงกำลังทำดาบ จึงบอกให้องค์ชายบอนโบรู้ องค์ชายยอนโบจึงคิดหาวิธีเล่นงานจูมง
     ชุนบิ ได้รับการช่วยเหลือจากชาวฮั่นส่งมอบดาบเนื้อดีมาเป็นอาวุธใช้โจมตีหัวเมืองต่างๆ ที่พูยอเคยยึดครองมาเป็นอาณานิคม ทำให้พระราชากึมวารู้สึกร้อนพระทัย นอกจากนี้พระองค์ยังได้ข่าวมาว่าเจ้าเมืองคนใหม่แห่งเมืองยอนโทจะมาที่พูยอ ทำให้พระองค์เริ่มตระหนักถึงความเดือนร้อนของพูยอมากขึ้น จึงเรียกรวมพลขุนนางเพื่อมาปรึกษาหาทางตั้งรับ พระราชาได้สั่งให้แม่ทัพนำกำลังไปปราบพวกชุนบิให้ราบคาบ และเร่งให้ช่างตีเหล็กผลิตอาวุธใหม่ขึ้นมา เพื่อเตรียมรับมือในอนาคตการมาเยือนของเจ้าเมืองคนใหม่ของยอนโททำให้พระราชากึมวาแปลกใจเมื่อเห็นว่าเขาคือหยางจอง เพื่อนในวัยเด็กของพระองค์นั่นเอง พูยอเลี้ยงต้อนรับหยางจองเป็นอย่างดี หลังจากเลี้ยงต้อนรับเสร็จแล้วทั้งสองจึงเดินคุยกันไปตามทางเดิน หยางจองบอกว่าที่เดินทางมาเยือนพูยอ ก็เพื่อเตือนพระราชากึมวาและได้นำสาส์นจากราชวงศ์ฮั่นมาให้พระราชาด้วย เมื่อพระราชาเปิดสาส์นขึ้นอ่าน ทำให้พระองค์รู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก และพูดกับหยางจองว่า จุดประสงค์ที่ท่านมาที่นีมีเพียงแค่นี้รึ หยางจากบอกไปว่า ประเทศฮั่นจะไม่ยอมให้พูยอชนะอีกแล้ว พระราชากึมวากล่าวต่อไปว่า ออกไปจากพูยอเดี๋ยวนี้ ท่านกับข้าถ้าได้พบกันอีกครั้งก็ถือว่าเป็นศัตรูกัน พระราชากึมวาปาราชสาส์นทิ้งจะเดินหนีหยางจองพูดต่อไปว่า ฝ่าบาทคงจะทรงเดาได้ที่ชุนบิใช้อาวุธของฮั่นนั้นเป็นแผนการของข้า ถ้าหากฝ่าบาททรงปฏิเสธที่จะรับฟังคำแนะนำของข้าคงจะไม่ใช่เพียงแค่เผ่าชุนบิเท่านั้น แม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของพูยอ พวกเราก็จะส่งอาวุธเดียวกันให้แก่พวกเขาด้วยเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากที่กล่าวมาแล้ว ก็ยังมีทหารอีกจำนวน 2 ล้านคนคอยประจำการอยู่ที่ด่านอิ่วตงเพื่อรอรับคำสั่ง ฝ่าบาทจะยังทรงปรารถนาที่จะดำเนินการทำสงครามอย่างเต็มรูปแบบอีกรึไม่
     หยางจอกยังข่มขู่ให้พูยอเลิกผลิตและพัฒนาอาวุธโดยจะเข้าไปตรวจโรงผลิตอาวุธของพูยอ พระราชากึมวารู้สึกโกรธเคืองอย่างมากที่หยางจองมาข่มขู่ถึงเมืองพูยอเช่นนี้ พระองค์รับสั่งกับเหล่าเสนาอำมาย์ว่า ความอัปยศในครั้งนี้จะต้องตอบแทนพวกชาวฮั่นอย่างสาสม และสั่งให้พูดึ๊กบูลสั่งหยุดการผลิตและปิดโรงผลิตอาวุธทั้งหมดเพื่อไม่ให้หยางจองรู้ คำสั่งถูกสั่งออกไปแล้ว โมพัลโมคิดจะมาบอกจูมงรู้ว่าคืนนี้ไม่ให้เขาเข้าไปตีดาบเหมือนครั้งก่อนๆ แต่วันนั้นจูมงไม่ได้อยู่ในวัง จึงไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้น องค์ชายยอนโบรู้เรื่องว่าจูมงแอบไปตีดาบที่โรงตีเหล็ก แต่ไม่บอกให้เทโซรู้ เขาคิดจะเอาความดีความชอบที่เล่นงานจูมงด้วยตัวเองคืนนั้น จูมงแอบเข้าไปตีเหล็กเหมือนเคย เขาไม่รู้สึกแปลกใจอะไรว่าทำไมจึงไม่เจอกับโมพัลโม องค์ชายยอนโบกับสมุนเห็นจูมงเข้าไปในโรงตีเหล็ก ก็แอบตามเข้าไป ขณะที่กำลังใส่ไฟในเตาหลอมเหล็ก ก็เกิดระเบิดที่เตาหลอม ทำให้เกิดไฟไหม้อย่างรุนแรง จุมงได้แต่ยืนมองเหตุการณ์อย่างตื่นตระหนกไฟไหม้ครั้งนี้ทำให้หยางจองรู้ว่าที่พูยอมีโรงตีเหล็กผลิตอาวุธซุกซ่อนอยู่ในวัง ทั้งที่พระราชาลั่นวาจาไว้ว่าที่นี่ไม่มีโรงตีเหล็กมาก่อน องค์ชายยอนโบรู้สึกลำพองใจที่สามารถเล่นงานจูมงได้ จึงบอกให้เทโซรู้ โดยไม่รู้ว่ามันคือต้นเหตุที่ทำให้
พูยอกับฮั่นกลายเป็นศัตรูกันขั้นรุนแรง เทโซถามยอนโบว่า เป็นผลงานของเจ้าทั้งหมดเลยเหรอ ยอนโบตอบว่า ใช่ จูมงติดกับที่เขาวางไว้ คราวนี้จูมงต้องได้รับการลงโทษอย่างสาสมแน่ๆ องค์ชายยอนโบหัวเราะชอบใจ เทโซตวาดใส่ยอนโบ 'หุบปาก เจ้าโง่ เจ้ารู้ตัวมั้ยว่าได้ทำความผิดร้ายแรงไปขนาดไหน เป็นเพราะเจ้าคนเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างพูยอกับฮั่นถึงได้ยิ่งเลวร้ายไปกว่าเก่าอีก' องค์ชายยอนโบถามพี่ชายว่า ทรงหมายความว่ายังไง เทโซตอกกลับไปว่า จุดประสงค์หลักในการมาเยือนพูยอของเจ้าเมืองยอนโท ก็เพื่อจะมาสืบดูว่าพูยอสามารถพัฒนาอาวุธได้ไกลแค่ไหนแล้ว เสด็จพ่อทรงมีรับสั่งให้ปกปิดโรงตีเหล็กทุกที่ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาและตีอาวุธ เป็นพระเจ้าคนเดียวจึงทำให้เจ้าเมืองยอนโทรู้เรื่องหมดแล้ว องค์ชายยอนโบทำสีหน้าดื้อรั้นองค์ชายเทโซตำนิองค์ชายยอนโบด้วยความโกรธต่อว่า การกำจัดจูมงสำคัญก็จริง แต่เจ้าเอามาเทียบกับความเสียหายของประเทศได้ไง เจ้ามีสมองกับเขาบ้างหรือเปล่าว เจ้าไม่เคยคิดที่จะใช้มันเลยใช่มั้ยและได้กำชับให้องค์ชายยอนโบปิดปากเรื่องนี้ไว้ ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะได้รับโทษอย่างหนักแทน

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 9

     เหตุการณ์ครั้งนี้รุ่งแรง ยอนโทถึงกับตัดความสัมพันธ์กับพูยอไปทันที บรรดาเหล่าเสนาบดีและขุนด่างกล่าวโทษว่าเป็นความผิดของจูมง เขาควรได้รับโทษสถานหนัก จูมงถูกเรียกตัวไปสอบสวนต่อหน้าเหล่าขุนนาง *ทำไมเจ้าถึงทำอะไรได้ขนาดนี้ อธิบายต่อหน้าพวกขุนนางซะ *ข้าไม่มีอะไรที่จะอธิบาย จูมงคุกเข่าต่อหน้าพระราชาด้วยสีหน้ารับผิด **ไม่ว่าพระราชาจะลงโทษอะไรก็ตาม ข้าขอน้อมรับ** *เจ้าทำให้ข้าผิดหวังในตัวเจ้าครั้งแล้วครั่งเล่า ข้าผิดหวังในตัวเจ้าของ แต่ไปนี้เจ้าไม่ใช่องค์ชายแห่งพูยออีกต่อไป ออกไปจากวังเดี๋ยวนี้* พระราชารังสั่ง จูมงถึงกับตื่นตระหนก *เสด็ดพ่อ ถึงแม้ว่าข้าจะพูดว่าข้ายินดีรับโทษทุกอย่าง แต่ได้โปรดอย่างทรงมีรังสั่งให้ข้าออกไปจากวัง ข้าจะไม่ก่อเรื่องให้ท่านต้องเสื่อมเสียอีกแล้ว จูมงพยายามขอร้องให้พระราชาทรงยกโทษให้ แต่พระองค์ก็ใจเด็ดที่จะตัดขาดจากโอรสคนโปรด *เจ้านำความเสียหายมาสู่พูยอ ข้ายกโทษให้เจ้าได้ เจ้าทำให้ข้าขายหน้าต่อหน้าท่านเจ้าเมืองยอนโท เรื่องนี้ข้าก็ยังพอให้อภัยเจ้าได้ แต่ทว่า เจ้ากลับมาทรยศความเชื่อใจทั้งหมดที่ข้ามีต่อเจ้า นั่นแหละที่ข้ายกโทษให้เจ้าไม่ได้ รีออกไปจากวังเดี๋ยวนี้
     ยูฮวาพยายามปลอบใจตัวเองว่าจูมงถูกขับไล่ออกจากวังเช่นนี้ อาจทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวของเขาเอง ส่วนพระราชาและโอรสทั้งสองต่างดีใจเป็นยิ่งนักเมื่อรู้ว่าจูมงถูกปลดออกจากการเป็นองค์ชาย นั่งหมายความว่าเขาจะไม่ได้เป็นองค์รัชทายาทชิงตำแหน่งกับโอรสของลูกของนาง จูมงในชุดสามัญชนธรรมดาสะพานย่ามไปที่ตำหนักของยูฮวาเพื่อล่ำลา แต่นางไม่ยออมออกมาพบหน้าลูกชาย จูมงจึงได้แต่ก้มลงคารวะนางอยู่หน้าห้องตัวยความผิดหวังและเสียใจ นางกำนัลได้ให้ของมีค่าจำนวนหนึ่งแก่จูมงเอาติดตัวไว้ใช้จ่าย ก่อนที่เขาจะออกจากวังมา จูมงจะไปขอความช่วยเหลือจากมูชงที่ถ้ำ แต่ก็ถูกผู้คุมอ้างว่ามูชงถูกย้ายไปอยู่ที่อื่นแล้ว และไม่ให้เขาเข้าไปในถ้า เรื่องนี้เป็นเพราะยูฮวาสั่งห้ามไม่ให้มูชงช่วยเหลือจูมง
     จูมงจึงร่อนเร่พเนจรไปเรื่อยๆ กระทั่งเดินมาจนถึงตลาด เจอกับพวกมิจฉาชีพทำทีวิ่งไล่ตีกัน และฉกเอาถุงของมีค่าไป โดยจูมงไม่มันรู้ตัว พวกมิจฉาชีพเอาของมีค่าไปขายให้กับโตชิ คนคุมตลาดคนใหม่ซึ่งมีนิสัยเถื่อนๆ ชอบกินอาหารสดๆ ซึ่งเขารับซื้อไว้ในราคาค่อนข้างสูง เพราะเห็นว่าเครื่องประดับเหล่านี้เป็นของใช้ในพระราชวัง จูมงไม่ว่าตัวเองถูกฉกกระเป๋าเงินไปแล้ว จึงไปนั่งกินอาหารอยู่ที่ร้าน แต่พอจะเองเงินไปจ่าย เขากลับไม่มีเงินจ่าย พอดีที่โซซอโนเดินทางมาเจอกับจูมงโดยบังเอิญ และช่วยจ่ายค่าอาหารให้ *องค์ชายแห่งพูยอ แต่ไม่มีปัญญาจ่ายแม้กระทั้งค่าข้าว 2 ตำลึง *ข้าจะจ่ายคืนให้อย่างแน่นอน *ข้าจะถือว่าเป็นการทำบุญ ไม่จำเป็นต้องมาใช้คืนหรอก โซโซโนลอยหน้าตอบ ก่อนจะเดินหนี จูมงรีบวิ่งตามไปเพื่อของานนางทำชดใช้หนี้ แต่โซซอโนคิดว่าคำพูดเขาสับปลับ เพราะครั้งหนึ่งเขาเคยบอกว่าเป็นองค์ชายแห่งพูยอ แต่ที่นางเห็นตอนนี้ ก็แค่ผู้ชายเร่ร่อนคนหนึ่งเท่านั้น *ข้าเกิดมาในตระกูลพ่อค้า ทำการค้ามานับไม่ถ้วน สิ่งแรกที่ข้าได้เรียนรู้คือหลักแห่งความซื่อสัตย์ แต่ทั้งหมดที่เจ้าบอกข้ามาถึงตอนนี้มันโกหกทั้งแพ แล้วจะให้ข้าจ้างคนเช่นนี้ทำงานได้อย่างไร ข้าจะไปให้องค์ชายแห่พูยอมาทำงานให้ข้าได้จริงหรือ ทรงอภัยให้ข้าด้วยฝ่าบาท นางกระซิบถามเบาๆ เหมือนประชดประชัน ก่อนจะคร่อมหัวคำนับ เดินจากไป
     หยางจอง เจ้าเมืองยอนโท ส่งราชสาส์มาถึงพระราชากึมวา เนื้อหาในสาน์นเขียนบอกว่าจะเข้ามาตรวจสอบคลังอาวุธของแคว้นพูยอ ทำให้พระราชาโกรธมาก สั่งให้ขุนนางเผาราชสาส์นทิ้งให้หมด อำมาตย์หลวง ซึ่งเป็นพระญาติกับพระชายาเห็นได้โอกาส จึงทูลเสนอให้มีการแต่ตั้งองค์รัชทายาทขึ้นมา เพื่อเป็นการลดการกดดันจากเชาวฮั่น ซึ่งพระราชาไม่เห็นด้วย และยังย้ำอีกว่าไม่ควรเอาเรื่องนี้มาพูดในเวลานี้ พระโอรสทั้งสองพระองค์พอรู้ว่าพระบิดายังไม่คิดแต่งตั้งองค์รัชทายาทก็ชักไม่พอใจ ทั้งที่จูมงก็ถูกไล่ออกจากวังไปแล้ว แต่ทำไมยังไม่คิดจะแต่งตั้ง อำมาตย์หลวงเสนอว่า ในระหว่างที่จูมงไม่อยู่ ควรฉวยโอกาสให้มีการแต่งตั้งองค์รัชทายาทให้ได้ แต่องค์ชายเทโซขอให้ยุติไว้ก่อน เพราะเขาก็ไม่ได้อยากเป็นองค์รัชทายาทมากนัก *ถ้างั้น การกำจัดจูมงออกไปจากชีวิตพวกเราอย่างถาวรล่ะ ขอเพียงแค่ให้สิ่งที่คุกคามเราอยู่หายไปซะ พวกเราก็สามารถอดทนและรอได้อยู่แล้ว พระชายาแนะนำองค์ชาย *เสด็จแม่ทรงพูดมีเหตุผล มันไม่รู้จักคนนองวังเลย คงจะง่ายถ้าเราจะกำจัดมันทิ้งซะ ยอนโบรับที่จะจัดการเรื่องจูมงด้วยตนเอง และได้ส่งให้นักฆ่าตามไปลอบฆ่าจูงที่นอกเมือง
จูมงถูกนักฆ่าฝีมือดีขององค์ชายเล่นงาน จูมงถูกดาบแทงเข้าที่ท้อง แต่พอจะถูกแทงซ้ำ ก็มีจอมยุทธิ์คนหนึ่งมาช่วยเอาไว้ ทำให้จูมงรอดชีวิตมาได้ จูมงหนีพวกนักฆ่าออกมาทางท้ายหมู่บ้าน นอนหมดสติจมกองเลือดอยู่แถวนั้น มาริ ซาโพ และโยอี มิจฉาชีพผ่านมาเห็น จึงช่วยกันพาจูมงไปให้พูยองช่วยเหลือ พูยองเป็นนางสนมตำหนักของยอมีอึล ที่เคยถูกจูมงลวนลามจนถูกขับไล่ออกมานอกวัง นางเห็นหน้าจูมงถึงกับตะลึง แต่ไม่กล้าบอกให้ทั้งสามรู้ว่าจูมงเป็นใคร
    องค์ชายยอนโบผิดหวังอย่างแรงที่มีคนมาช่วยจูงไว้ พระราชากึมวาเป็นห่วงจูมงที่ถูกขับไล่ออกไป จึงส่งคนสนิทให้คอยติดตามดูแล เมื่อเห็นจูมงถูกลอบฆ่า จึงได้เข้าช่วยเหลือ และกลับมารายงานให้พระราชารู้ พระราชาโกรธมากเมื่อรู้ว่าจูมงได้รับอันตรายและยังบาดเจ็บ แต่ตอนนี้ก็ยังหาตัวไม่พบว่าเขาไปอยู่ที่ไหน มีข่าวลือหนาหูว่าพระสนมยูฮวาตั้งท้องกับแม่ทัพแฮซูไปทั่วเหมือพูยอ พระราชาจึงให้ทหารไปจับตัวคนปล่อยข่าวลือนั้น ซึ่งก็คือนักกวีที่เคยมาเล่าเรื่องนี้ให้ยูฮวาฟัง พระองค์คาดคันเอาความจริง และคนที่บอกว่าพระสนมยูฮวาทั้งท้องกับแฮโมซูก็คืออำนาตย์หลวงพี่ชายของพระชายา พระราชาโกรธมาก กระชากดาบฟันใส่ร่างนักกวีอย่างแรงถึงกับสิ้นใจตายไปทันที เรื่องนี้ลือไปทั่ว แม้แต่ที่คุกในถ้ำ มูชงนำมาเล่าให้กับผู้คุนคนอื่นฟังต่อหน้าห้องขังของแฮโมซู เรื่องราว ผิดเพี้ยงไปจากของจริง เรื่องเล่าบอกว่าแฮโมซูถูกชาวฮั่นจับไปที่เมืองยอนโท ส่วนแม่นางยูฮาตั้งท้องแล้วหายสาบสูญไป แฮโมซูได้ยินเรื่องราวของตัวเองและยูฮวาตั้งท้อง เขาก็หูผึงด้วยอาการตื่นตะลึง เรียกมูชงไปสอบถาม **มูชง แม่นางยูฮวา ตั้งท้องลูกของท่านแม่ทัพจริงหรือ *เจ้าจะฟังนิทานของข้าฟรีๆหรอ ข้าต้องเล่าให้เจ้าฟังด้วยหรือไง เจ้าไม่เห็นมีอะไรที่ข้าต้องการสักอย่าง เจ้าอยากรู้มากขนาดนั้นเลยเหรอ *นางตั้งท้องจริงๆ หรือ *ข้าไม่แน่ใจนักหรอก แต่จากที่ข้าได้ยินมา มันเป็นความจริง แต่จะให้มันจบยังไงดีล่ะ ท่านแม่ทัพแฮโมซูก็ตายไปแล้ว ส่วนแม่นางยูฮวาก็ตั้งท้องจะมีอะไรที่น่าเศร้าไปกว่านี้ได้อีก *แม่นางยูฮวาตอนนี้นางเป็นอะไร *อันนั้นได้ถูกเล่าต่อๆ มาแตกต่างกันไป บ้างก็ว่านางคลอดลูกแล้วก็เลี้ยลูกอยู่ที่ไหนสักแห่ง ที่เหลือก็ว่านางได้ฆ่าตัวตายตามท่ารแม่ทัพไป ทำไมคนอย่างเจ้าจึงได้สนใจเรื่องเก่าๆ อย่างนี้ล่ะ เจ้าควรต้องเบื่อมากแน่ๆ มูชงหัวเราะขบขัน แต่ในใจของแฮโมซูรู้สึกปวดร้าว
     โตซิ ผู้คุมตลาดแอบลักลอบขายเกลือเถื่อน ทำให้ยอนทาบอลไม่พอใจเพราะต้องการเป็นผู้ค้าเกลือรายใหญ่แต่เพียงผู้เดียว จึงวางแผนให้โซซอโนนำกำลังไปเล่นงานโตชิ ขณะส่งมอบเกลือกับลูกค้า ยอนทายอลได้รับการติดต่อจากยอมีอึลให้ไปพบที่วังหลวง โซซอโนได้ยินเช่นนั้นก็ร้องขอตามไปด้วย อ้างว่านางอยากเข้าไปเห็นวังหลวง ยอนทาบอลจึงพาลูกสาวเข้าวังไปด้วย ยอมีฮึลคิดว่ายอนทาบอลมาตีสนิทกับนางเป็นต้องการเข้าพบพระราชา นางจึงพาเขาไปพบกับพระราชากึมวา ยอมีอึลได้เจอกับโซซอโนที่รออยู่นอกตำหนัง ยอนทาบอลจึงแนะนำให้รู้จัก **นี่คือลูกสาวข้า **ข้าคือโซซอโน ยอมีอึลจ้องมองเข้าไปในแววตาของโซซอโน ก่อนจะยิ้มออกมา **ถ้าหากเจ้าเกิดเป็นชาย เจ้าจะได้เป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่แน่ๆ แล้วนางก็เดินจากไป

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 10

     ยอนทาบอลมีข้อมูลสำคัญจากศัตรูของพูยอ จึงนำมาเล่าให้พระราชากึมวารู้ว่าพวกนั้นกำลังมีปัญหาภายใน และกำลังยื่นสนธิสัญญากับชาวฮั่นอยู่ ยอนทาบอลเอาข้อมูลลับนี้มาบอกพระราชาแห่งพูยอเพื่อต้องการแลกเปลี่ยนทางการค้า โดยอนุญาตให้เขาทำการค้าได้ระหว่างพูยอกับฮั่น พระราชาเห็นว่ามีแต่ได้กับได้ จึงยอมอนุญาต
     ระหว่างที่ยอนทาบอลกำลังคุยอยู่กับพระราชานั้น โซซอโนได้เดินเล่นทั่ววัง กระทั้งเข้าไปในสนามขององค์ชายเทโซ จนนางเกือบชนเขา เขาจะยิงด้วยธนู แถมยังซักดาบมาข่มขู่ **เจ้าเป็นใคร แล้วมาแอบดูข้าทำไม ค่อยๆ ใช้ดาบไล่ไปตามเนินหน้าอก **เจ้าต้องเป็นนางในที่มาใหม่แน่ๆ อยู่ตำหนักไหนล่ะ โซซอโนตั้งสติ พอได้จังหวะก็กระชากดาบแล้วชัดเขาจนผงะไป **ดูเหมือนว่าเจ้าจะพอมีวรยุทธเหมือนกันนะ ดี มาสู้กัน องค์ชายเทโซท้าต่อสู้กับโซซอโน นางตั้งท่าสู้กับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ แม้จะเสียเปรียบอยู่บ้าง แต่ก็เอาตัวรอดได้ กระทั่งนางสนมของยอมีอึลผ่านมาเห็นจึงเข้าไปร้องห้าม องค์ชายจึงได้รู้ว่าโซซอโนไม่ใช่นางในอย่างที่เขาคิด **เจ้าไม่ใช่นางในหรอกหรือ **นางเป็นลูกสาวขอท่านหัวหน้าของคณะคเยบูรู ยอนทาบอล ฝ่าบาททรงโปรดให้เข้าพบ และนางตามมา **ขอพระราชทานอภัยองค์ชาย องค์ชายเทโซยิ้ม รู้สึกชอบนางขึ้นมาทันที
     จูมงบาดเจ็บหนักและหมดสติไปหลายวัน พูยองเผ้ารักษาอาการของเขาจนบาดแผลเริ่มดีขึ้นและได้สติขึ้นมา นางจึงถามว่าเกิดอะไรขึ้น จูมงเล่าให้ฟังว่า เขาได้ถูกขับไล่ออกจากวังและถูกถอดฐานันดรให้เป็นแค่สามัญชนธรรมดาเท่านั้น มูชงมาเดินตลาดได้เจอกับซาโพมิจฉาชีพเพื่อนๆ ทั้งสองเห็นมีคนเอารูปของจูมงมาเดินถามทั่วตลาดว่าเคยเห็นหน้าคนในรูปบ้างไหม ทั้งสองคนรีบปฏิเสธว่าไม่เคยเห็น แล้วก็รีบแยกย้ายกันไป ซาโพรีบมาหาเพื่อนๆ ที่บ้านพูยอง เล่าให้ฟังว่ากำลังมีคนตามล่าตัวคนที่พวกเขาช่วยเอาไว้ จูมงออกมานอกกระท่อม เจอกับคนทั้งสามที่กำลังตามหาตัวเขาพอดี ซาโพถามจูมงว่าเป็นใคร มาจากไหน ถึงได้ถูกทำร้าย และมีคนตามล่า แสดงว่าเป็นคนไม่ดี จึงไล่ให้จูมงออกไปจากบ้านของพูยอ
มูชงรีบไปพบกับน้องสาวที่เป็นนางกำนัลของยูฮวา บอกให้นางรู้ว่าตอนนี้จูมงกำลังถูกคนตามล่า และตัวเขาก็ได้รับบาดเจ็บ นางจึงรีบไปบอกให้ยูฮวารู้ ทำให้ยูฮวาเป็นห่วงลูกชายมาก พระชายอนวอน ต้องการจะให้องค์ชายเทโซได้อภิเษกสมรสกับลูกสาวของท่านแม่ทัพ แต่เขาปฏิเสธและอ้างว่ามีนางในดวงใจแล้ว เวลานั้นองค์ชายได้คิดไปถึงโซซอโนที่เคยปะทะกันที่สนามฝึกซ้อม พูยองเห็นว่าจูมงต้องการทำงาน นางจึงพาเขาไปพบกับโตซิ พ่อค้าที่คุมตลาดมือของเมืองพูยอ จูมงแอบอ้างว่าเขาเคยทำงานเป็นช่างตีเหล็กมาก่อน จึงเสนตัวเข้าทำงานกับโตซิ โตซิจึงรับตัวจูมงเข้าทำงาน โดยไม่รู้ว่าการมาทำงานในครั้งนี้ของเขา เป็นการเพิ่มหนี้ให้กับพูยองที่มีต่อโตซิอีกมาก คืนนั้นจูมงต้องติดตามคณะของโตซิไปรับสินค้าที่ท่าเรือในยามค่ำคืน
     โซซอโนและพรรคพวกนำกำลังมารอจังหวะเล่นงานโตซิและคณะที่กำลังขนสินค้าจากเรือขึ้นรถเตรียมเคลื่อนย้าย ขณะขนของกันอยู่นั้น โซซอโนก็ให้สัญญาณโจมตี ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอย่างรุนแรง โซซอโนยืนดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ นางเห็นจูมงคนที่เคยช่วยเหลือไว้อยู่ในกลุ่มของโตชิด้วย จูมงและฮันยางได้ช่วยเหลือคุ้มกันโตซิรอดจาการถูกทำร้ายมาได้ ทำให้เขาได้รับความดีความชอบ โซซอโนเก็บเอาเรื่องจูมงมาคิดอย่างสงสัย
     ฮันยางไปสืบเรื่องราวที่พวกเขาถูกโจมตีเมื่อคืนว่าเป็นฝีมือใคร จนได้รู้มาว่าเป็นการสั่งการของยอนทาบอลคู่ปรับคนสำคัญ โตชิจ้างพวกซาโพให้ไปเล่นงานยอนทาบอลยังจวนที่พัก ทำให้โซซอโนถูกจับตัวไปเป็นตัวประกัน ยอนทาบอลโกรธแค้นมาก แต่ก็จะยอมทำตามความต้องการขอโตชิเพียงให้ลูกสาวของเขาปลอดภัยก็พอ ซายองคนยองยอนทาบอลมาถามความต้องการของโตชิที่จับตัวโซซอโน แต่โตชิต้องการพบตัวยอนทาบอลให้ก้มหัวขอร้องก่อนตะวันตกดิน มิเช่นนั้นจะไม่ได้เจอกับโซซอโนอีก จูมงได้ยินว่าโซซอโนถูกจับตัวมาคุมขังไว้ จึงคิดเข้าไปช่วยเหลือนางจูมงเข้าไปช่วยเหลือโซซอโนในห้องขัง ทีแรกนางไม่คิดว่าเขาจะมาช่วยเพราะเห็นจูมงอยู่กับกลุ่มของโตชิ แต่เมื่อแห็นความตั้งใจของจูมงที่จะช่วยนางออกไป นางจึงยอมหนีออกมาจากห้องขัง พวกซาโพมาเห็นข้าเสียก่อน จูมงจึงถูกทั้งสามทำร้ายอย่างหนักจนแทบจะสิ้นสติ โชคดีที่พูยองมาช่วยไว้ได้ทัน พูยองเห็นจูมงได้รับบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ทำให้นางโกรธพวกซาโพมาก และเมื่อพวกซาโพคิดจะฆ่าจูมงให้ตาย นางจึงต้องบอกความจริงให้ทุกคนรู้ว่าจูมงก็คือองค์ชายแห่งพูยอ ทำให้ทั้งสามถึงกับตื่นตระหนก แต่ซาโพเป็นคนหัวไวกว่าเพื่อน จึงคิดเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาส โดยการช่วยพาจูมงหนีจากไปจากพวกโตชิก่อนที่พวกนั้นจะรู้ว่าจูมงปล่อยโซซอโนหนีไปแล้ว
     ยอนทาบอลมาพบกับโตชิเพื่อขอแลกตัวลูกสาวออกมา โตชิให้ยอนทาบอลนำผ้าไหมห้าท่ามาแลกเปลี่ยนกับเกลือที่พวกเขาทำเสียไปและต้องลอดใต้หว่างขาของเขาเด้วย อูเทกับซายองแทบจะรุ่มเล่นงานโตชิ แต่ยอนทาบอลตกลงโดยขอรับตัวลูกสาวมาก่อน โตชิไม่มีตัวโซซอโนให้กับยอนทาบอล เพราะนางหนีไปแล้ว แต่แทนที่โตชิจะล้มเลิกความตั้งใจ กลับยื่นข้อเสนอใหม่โดยขอให้ยอทาบอลยกการค้าในพูยอให้เขาทำแทน มิเช่านั้นลูกสาวของเขาจะไม่มีชีวิตรอดต่อไป
     ยอนทาบอลเห็นท่าทีของโตชิก็รู้ว่ามีปัญหา จึงไม่ยอมรับข้อตกลงการขอทำการค้าครั้งนี้ และถ้าลูกของเขาต้องตายจริง ก็ขอให้เป็นซะตาลิขิตของนาง **มันช่างยากลำบากจริงๆ ที่จะตั้งรกรากอยู่ที่พุยอ พวกเราต้องออกไปจากที่นี่หรือ **นายท่านไม่ควรกังวลเรื่องของอนาคต ซายองเปรยๆ ขึ้นมา**เจ้าหมายความว่าไง **ตอนที่โตชิให้คนของเขาไปตามคุณหนู ลูกน้องเขากลับเชิญให้โตชิออกไปข้างนอก นั่นหมายความว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นกับคุณหนู การขอให้ท่านยอมสละทุกอย่างในพูยอ ก็เพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่เกิดขึ้น ที่โตชิเปลี่ยนใจก็เพราะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้น **เจ้ากำลังจะบอกอะไร เจ้ากำลังบอกเป็นนัยว่าคุณหนูได้รับบาดเจ็บหรือ อูเทถามเสียงดัง **มีเพียงสองอย่างเท่านั้นคือไม่ได้รับบาดเจ็บก็หนีไปได้ ข้าเชื่อในโชคชะตาของคุณหนู ซายองกล่าวอย่างมั่นใจ และเมื่อทุกคนกลับมาถึงจวนที่พัก ก็ได้พบโซซอโนร้องเรียกอยู่หน้าประตู ยอนทาบอลดีใจมากที่ลูกสาวกลับมาได้อย่างปลอดภัย โซซอโนเล่าให้ทุกคนฟังว่านางรอดมาได้เพราะการช่วยเหลือของจูมงที่ต้องการตอบแทนบุญคุณนางที่เคยช่วยเขาไว้ แต่เวลานี้นางรู้สึกเป็นห่วงจูมงมาก คิดว่าเขาคงกำลังเดือดร้อนแน่
     ซาโพ โยอี และมาริพาจูมงมาที่ถ้ำแห่งเขาซูมิ มาริบอกว่าพี่ชายของเขาเป็นผู้คุมที่นี่ คงช่วยเหลือจูมงได้ จูงได้ฟังก็พอรู้ว่าผู้คุมที่มาริพูดถึงก็คือมูชงนั่นเอง ซาโพกับมาริยอมรับในตัวองค์ชายจูมง แต่เมื่อเขาอยู่นอกวังเช่นนี้ จึงคิดว่าให้เขาเป็นพี่ใหญ่ของพวกตัวเองเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าจูมงคือองค์ชายแห่งพูยอ ซาโพเล่าให้มูชงรู้ว่าพวกเข้ากำลังลำบากเพราะถูกพวกโตชิตามล่า จึงได้หนีมาขอพึ่งพิงที่ถ้ำแห่งนี้ มูชงจึงจำใจรับพวกจูมงเอาไว้ มูชงพาจูมงเขาไปในห้องขังและเล่าเรื่องน้องสาวของเขาให้ฟังว่านางเป็นห่วงเขามาก จูมงจึงขอร้องไม่ให้มูชงบอกเรื่องนี้ให้นางรู้ เพราะกลัวจะทำให้ยูฮวาพลอยเป็นห่วงเขาไปด้วย มูชงพาจูมงมาพักอยู่กับแฮโมซูในห้องขัง เพื่อให้เขามีที่พัก แค่จูมงเข้ามาในห้อง แอโมซูก็จำได้ว่าเขาเคยมาที่นี่แล้ว **เจ้าเคยมาที่นี่หรือเปล่า เจ้ามาถามว่าข้าเป็นใคร และทำไมข้ามาอยู่ที่นี่ อย่ายืนอย่างนั่นเลย มานั่งลงสิ จูมงยืนอึ้งอยู่นาน ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 11

     โมพัลโมพยายามพัฒนาค้นหาเคล็ดลับในการทำดาบให้ได้แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถทำดั่งประสงค์ของพระราชากึมวา พระองค์จึงให้โอรสทั้งสองเข้ามาช่วยโมพัลพัฒนาเรื่องดาบ ทำให้สองพี่น้องต่างดีใจที่พระราชาให้ความไว้วางใจ
     นอกจากนี้พระราชายังให้องค์ชายเทโซคอยรายงานความเคลื่อนไหวของชาวฮั่นให้ทราบทุกระยะ โดยมียอนทาบอลคอยช่วยเหลือ ยิ่งทำให้องค์ชายพอใจ เพราะจะได้มีโอกาสใกล้ชิดกับโซซอโน ส่วนองค์ชายนอนโบ ได้รับคำสั่งให้ช่วยนายพลฮุกจีในการฝึกซ้อมทหาร และทุกครั้งที่จะมีการเคลื่อนย้ายทหารหรือออกรบต้องได้รับคำอนุญาตจากพระราชาเสียก่อน คำสั่งเหล่านี้ทำให้พระชายาปลาบปลื้มเป็นอย่างมาก แต่ในใจก็ยังมีเรื่องจูมงรบกวนจิตใจอยู่
     จูมงมาอาศัยอยู่ที่ถ้ำคนคุก เขาจึงมีโอกาสฝึกดาบไม้กับมูซงได้มากขึ้น และทุกครั้งจูมงก็เป็นฝ่ายชนะ จนมูชงขอให้เขาหาอาจารย์คนใหม่มาช่วยสอนได้แล้ว จูมงเข้าไปนอนพักในห้องขังกับแฮโมซู เขาได้ยินจูมงคุยเรื่องเรียนฟันดาบ จึงถามว่าจะเรียนไปทำไม จูมงอ้างว่าเรียนไว้เพื่อป้องกันตัว แฮโมซูขอให้จูมงบอกเหตุผลในการเรียนการต่อสู้ จูมงบอกเหตุผลที่เขาต้องมาอยู่ที่นี่เพราะทำความผิดร้ายแรง ท่านพ่อเลยไล่ข้าออกมา และเพราะว่าพี่น้องข้าพยายามจะฆ่าเขา จูมงย้ายถามแฮโมชูถึงการที่ต้องมาอยู่ที่นี่ แฮโมซูถามจูมงว่าเคยได้ยินชื่อกองทัพทามูลหรือเปล่าว จูมงตอบว่า ไม่เคย **ไม่งั้นเหรอ มันคงหายไปจากความทรงจำของทุกคนในพูยอไปแล้ว กองทัพทามูลเพื่อที่จะกอบกู้เมืองโคโซซอน แฮโมซูไม่ได้เล่าเรื่องของเขาให้จูมงฟัง บอกแต่เพียงว่าเขาเคยอยู่ในกองทัพทามูลมาก่อนเท่านั้น และที่เขามาหลบซ่อนอยู่ที่คุกนี้ เพราะรู้สึกผิดต่อผู้หญิงที่เคยสัญญาว่าจะดูแลนางตลอดชีวิต แต่เขาก็ทำไม่ได้
     องค์ชายเทโซมาถามข่าวคราวเรื่องชาวฮั่น ได้เจอกับโซซอโนอีกครั้ง องค์ชายถูกโซซอโนตั้งคำถามปริศนาให้เขาช่วยแก้ องค์ชายแก้ปัญหาได้อย่างชาญฉลาด ยอนทาบอลจับตาดูพฤติกรรมขององค์ชาย ก็พอดูออกว่าเขาสนใจลูกสาวของตนอยู่ แต่โซซอโนไม่สนใจ เพราะเวลานี้จิตใจของนางมีแต่เรื่องจูมงรบกวนอยู่ มูชงถูกขอร้องไม่ให้บอกน้องสาวว่าเขาพักอยู่ที่ถ้ำ แต่มูชงก็เก็บความลับไว้ไม่ได้ แอบมาบอกให้น้องสาวรู้ ทำให้ยูฮวาได้รับรู้ไปด้วยว่าตอนนี้จูมงอาศัยอยู่กับมูชงที่ถ้ำขังนักโทษ ในคืนนั้น ทั้งสองแอบหนีออกไปจากวังเพื่อพบจูมง โดยมีคนขององค์ชายยอนโบซึ่งคอยติดตามดูยูฮวาเพื่อให้รู้ว่าจูมงแอบไปอยู่ที่ไหน คนขององค์ชายยอนโบแอบตามไปเงียบๆ ยูฮวาได้พบกับจูมงอีกครั้งที่หน้าห้องขังของแฮโมชู สองแม่ลูกคุยกันเบาๆ แต่เสียงของยูฮวาทำให้แฮโมซูต้องลุกจากที่นอนมายืนฟังด้วยความคุ้นเคยกับเสียงที่ได้ยิน แต่น่าเสียดายที่แฮโมชูไม่สามารถมองเห็นนางได้
     องค์ชายยอนโบได้รับรายงานจากทหารถึงที่หลบซ่อนตัวของจูมง จึงรีบบอกให้พระชายารู้ว่าตอนนี้จูมงซ่อนตัวอยู่ในคุกถ้า ซึ่งพระยาชาก็ไม่เคยรู้เลยคุกลับแห่งนี้มากก่อน จึงไปสอบถามพระราชา ซึ่งพระราชาก็ให้คำตอบไม่ได้เพราะก็ไม่รู้เรื่องนี้อยู่เหมือนกัน พระราชาจึงถามเรื่องนี้กับพูดึ๊กบูลว่าทำไม่เรื่องนี้พระองค์ไม่เคยรู้มาก่อน พูดึ๊กบูลบอกว่าเรื่องนี้เป็นความลับแม้แต่พระราชาองค์ก่อนก็ไม่เคยรู้เรื่องนี้เช่นกัน พระราชาจึงบอกกับพูดึ๊กบูลว่าอยากไปดูว่าคุกและพวกที่ถูกคุมขังนั้นอยู่ที่ไหนด้วยตัวเอง พูดึ๊กบูลร้อนใจรีบบอกเรื่องนี้ให้ยอมีอึลรู้ และถามยอมีฮึลจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพระองค์ได้พบกับแฮโมซู ถ้าพระองค์ทรงพบกับแฮโมวุ พูยอต้องเกิดการโกลาหลแน่นอน เราต้องหยุดพระองค์ไม่ให้ทั้งสองได้พบกัน พูดึ๊กบูลหวันใจ แต่ยอมีอึลหวาดวิตก
     จูมงมาอยู่ในถ้ากับแฮโมซูผู้เป็นพ่อ แต่เขาก็ไม่เคยรู้เลยว่าคนนี้คือใคร นอกจากนักรบแห่งทามูลเท่านั้น แฮโมซูรู้ว่าจูมงมุ่งมั่นกับการฝึกดาบ เขาจึงรับอาสาที่จะเป็นอาจารย์สอนให้ เป็นครั้งแรกที่จูมงได้เห็นแฮโมซูที่ตาบอดรำเพลงดาบให้ดู เขาถึงกับตื่นตะลึงในฝีมือที่ร้ายกาจ แฮโมซูได้ตรวจดูร่างกายของจูมง และถ่ายทอดพลังลมปราณให้จูมงไป เพื่อหลายจุดต่างๆ จูมงได้รับพลังมหาศาลเข้าไปถึงกับสลบไปทันที เทโซและยอนโบเมื่อรู้ว่าจูมงซ่อนตัวอยู่ที่ไหน ซึ่งให้ยอนโบนำทหารโดยไม่บอกพระราชากึมวาเพื่อจำกัดจูมงที่ถ้ำอย่างลับๆ ยอมีอึลใช้พลังวิเศษตรวจดูซะตาของพระราชา แล้วบอกกับพูดึ๊กบูลว่าควรให้แฮโมซูกับพระราชาพบกัน แต่พูดึ๊กบูลไม่ยอม
     จูมงมาซ่อนตัวอยู่ที่คุกอย่างปลอดภัย แต่พูยองถูกโตชิทรมานอย่างสาหัสที่ปล่อยจูมงหนีไป ทำให้โออีที่หลงรักนางอยู่ไม่พอใจ ท้าประลองฝีมือกับจูมง โออีเป็นคนมีพลังและฝีมือดีกว่าเพื่อนอีกสองคน แต่จูมงก็ยอมรับคำท้า การต่อสู้ไม่รู้แพ้ชนะ แต่โออีก็ล้มจูมงไม่ลง จูมงยอมรับผิดชอบที่จะพาพูยองออกมาจากโตชิให้ได้ จูมงรู้สึกแปลกใจกับพลังที่ตัวเองได้มา แถมฝีมือของเขาก็ดีขึ้นอย่างน่าประหลาดใจ เทโซรับดาบที่โมพัลโมตีขึ้นมาเป็นพิเศษ โมพัลโมถามถึงจูมงว่าเป็นอย่างไร แต่กลับถูกยอนโบว่าอย่าเอ่ยชื่อจูมงให้ได้ยินอีก จากนั้นทั้งสองก็นำกำลังไปยังถ้ำคุกลับ ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่พระราชากึมวาเดินทางเพื่อที่จะไปดูคุกลับแห่งนี้เช่นกันโดยมียอมีอึลติดตามไปด้วย เทโซและยอนโบนำทหารไปถึงก่อนที่พระราชากึมวาซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทาง ในคุกกำลังมีการต่อสู้ แฮโมซูสัมผัสได้ทางเสียงว่ามีคนจำนวนมากเข้ามาเพื่อหาตัวจูมง จูมงรู้สึกหวาดกลัว แต่ก็ไม่มีทางออกและซ่อนตัวได้ จูมงชักดาบออกมาเตรียมต่อสู้ เทโซกับยอนโบเข้ามาในห้องที่ขังแฮโมซูเอาไว้ เทโซแปลกใจที่เห็นจูมงที่นี่ เขาเปิดผ้าที่คลุมหน้าออก จูมงเมื่อเห็นหน้าเทโซและยอนโบก็ตกใจ **เสด็จพี่ ข้าถูกไล่ออกจากวังแล้วและตอนนี้ท่านยังต้องการเอาชีวิตข้าอีกเหรือ **การอยุ่ใต้ฟ้าเดียวกันกับคนเช่นเจ้าเป็นสิ่งที่ข้าทนไม่ได้ ยอนโบกล่าว ยอมรับซะตาชีวิตเจ้าดีกว่า **ความสัมพันธ์ของเรา จบสิ้นกันตอนนี้ เทโซกล่าวนิ่งๆ แต่หนักแน่น จากนั้นทั้งสองฝ่ายก็เปิดฉากต่อสู้กัน
แฮโมซูซึ่งดวงตาที่บอดสนิทแต่กลับต่อสู้ได้ราวตาเห็น เทโซกับยอนโบพยายามฆ่าทั้งสอง แต่ก็ทำไม่สำเร็จ จูมงพาแฮโมซูหนีออกมาจากถ้ำ ฝ่าห่านธนูออกไปนอกถ้าได้สำเร็จ แต่แฮโมซูใช้ร่างรับดาบของเทโซเพื่อช่วยจูมงได้รับบาดเจ็บ
     เทโซเองก็ถูกแฮโมซูใช้ดาบฟันใส่ร่างจนบาดเจ็บสาหัสปางตาย ขบวนเกี้ยวของพระราชาเดินทางมาถึงค้ำคุกลับ ทหารออกไปดูลาดเลา พบศพทหารเผ้าถ้ำตายเกลื่อนจึงบอกให้พระราชาเสด็จกลับวังเพราะกลัวจะมีอันตราย แต่พระองค์ดื้อรั้นจะเข้าไปดูให้ได้ เมื่อเข้าไปในถ้ำพระองค์รู้สึกสะท้อนใจมาก พูดึ๊กบูลและยอมีอึลแปลกในว่าใครกันที่มาจู่โจมครั้งนี้ มูชงออกไปนอกถ้ำ กลับมาอีกทีก็เห็นทหารมากมายตายเกลื่อน เขาจึงรีบหลบหนีไปก่อนเพราะกลัวความผิด พระชายาวอนทั้งตกใจและโมโหที่แผนการครั้งนี้ล้มเหลาว มิหนำซ้ำเทโซยังรับบาดเจ็บสาหัสกลับมา นอนไม่ได้สติ
     จูมงพาแฮโมซูไปหลบซ่อนอยู่ที่บ้านร้างบนเนินเขา โมซู แม้แฮโมซูจะไล่ให้จูมงหนีไปก็ตาม แต่เขาก็ไม่ยอม โดยบอกว่าจะให้เขาทิ้งอาจารย์เพื่อเอาตัวรอดได้อย่างไร เขาจะรีบไปหาคนที่จะช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ แล้วจูมงก็รีบแอบลอบเข้าไปหาพูยองที่บ้านของโตชิ เพื่อขอให้นางมาช่วยรักษาแผลของแฮโมซู พระราชาให้ตรวจดูสถานที่เกิดเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ทหารแจ้งว่าทหารที่ตายทั้งหมดเป็นคนเผ้าคุก แต่ศพของผู้ที่บุกรุกไม่พบแม้แต่ศพเดียว พระราชาให้พูดึ๊กบูลสืบหาคำตอบเรื่องนี้ให้ได้ว่าใครเป็นคนโจมตี คุกลับนั้น ถ้าทำไม่สำเร็จเขาจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เรื่องนี้ทำให้ยอมีฮึลรู้สึกสงสัยว่านอกาจากนางและพูดึ๊กบูลแล้ว ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ เทโซอาการสาหัสมากจนไม่ได้สติ พระชายาเป็นห่วงลูกชายและกลัว พระราชาสงสัยที่ไม่เห็นเทโซ จึงขอให้ยอมีอึลมาตรวจอาการ โดยบอกกับพระราชาว่าเทโซป่วยหนักเพราะแผลที่เกิดขึ้นจากการล่าสัตว์ พระราชาจึงให้ยอมีอึลรักษาอาการเทโซด้วยพลังพิเศษ จนเขาได้สติขึ้นมา แต่นางเกิดสงสัยว่าแผลของเทโซไม่ใช่เกิดจากสัตว์ แต่ถูกคมดาบมากกว่า จึงบอกเรื่องนี้ให้พูดึ๊กบูลรู้ ทั้งสองรู้สึกสงสัยจึงเรียกยอนโบมาสอบถามคาดคั้นความจริง ยอนโบเกิดความกลัวจึงสารภาพออกมา คนที่ซ่อนตัวอยู่ในถ้ำคือองค์ชายจูมง เสด็จพี่และข้าไปเพื่อฆ่ามัน ทั้งสองตกใจเมื่อได้ยินยอนโบพูดเช่นนี้

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 12

     โซซอโนไห้อูเทคอยเตามเรื่องจูมงมารายงาน จนเขาได้เห็นจูมงหลบอยู่ที่บ้านร้างบนเขา จึงแจ้งให้นางรู้ ซึ่งในเวลานั้น จูมง มาริ โอดี และซาโพ กำลังช่วยกันดูแลแฮโมซูอยู่ โดยไม่รู้ว่าเขามีชื่อเสียงอะไร โซซอโนและอูเทไปหาจูมงที่บ้านร้าง จูมงแปลกใจมากที่นางรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ โซซอโนเสนอให้จูมงและเพื่อนๆ มาร่วมกลุ่มการค้าด้วย เพื่อที่กลุ่มการค้าของนางจะได้คอยปกป้องจูมงและเพื่อนๆ แต่จูมงปฏิเสธการช่วยเหลือ ทำให้โซซอโนรู้สึกผิดหวังไม่น้อย มิหนำซ้ำโซซอโนซึ่งคอยติดตามแอบดูจูมงยังเห็นเขาใกล้ชิดกับพูยอง จนอดคิดไม่ได้ว่าคนทั้งสองอาจเป็นคนรักกันอาการของแฮโมซูดีขึ้น จนสามารถลุกเดินได้เป็นปกติ ทั้งสองออกมานั่งเล่นที่ทุ่งดอกไม้บนเนินเขา แฮโมซูรำลึกถึงอดีตเกี่ยวกับผู้หญิงที่เขารักให้จูมงฟังว่านางมีกลิ่นกายที่เหมือนดอกไม้เช่นนี้ จูมงก็พูดถึงมารดาของตนก็มีกลิ่นกายเช่นนี้เหมือนกัน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ได้พูดชื่อผู้หญิงเป็นใคร จึงไม่รู้ว่าพูดถึงใครระหว่างที่ทั้งสองคุยกัน จูมงได้บอกให้แฮโมซูรู้ว่า คนที่ตามฆ่าเขาคือโอรสของพระราชาถึมวา และตัวเขาคือจูมง โอรสองค์เล็กของพระราชา แฮโมซูได้ยินถึงกับตะลึง
     พูดึ๊กบูลกับยอมีอึลปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดีกับเรื่องที่เทโซกับยอนโบไปโจมตีคุกลับ จะบอกพระราชาก็ไม่ได้ แต่ยอมีอึลบอกว่านางจะเป็นคนทูลพระราชาเอง ยอมีอึลทูลพระราชากึมวาว่า นักโทษที่ขึงอยู่ในคุกลับนั้น มีคนหนึ่งที่พระองค์รู้จักดี คนนั้นก็คือแม่ทัพแฮโมซู พระราชาได้ฟังถึงกับตะลึง และรู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย เพราะตลอดเวลาพระองค์คิดว่าแฮโมซูตายแล้ว แต่ 20 ปีที่ผ่านมา เขาถูกขังอยู่ในคุกลับมาตลอด พระองค์โกรธยอมีอึลมาก แต่ก็ทำอะไรนางไม่ได้ เพราะนางมีประโยชน์ต่อพูยอไม่น้อย พระราชาให้ยอมีอึลใช้พลังที่มีหาแฮโมซูให้พบ จากนั้นพระองค์ก็เอาแต่นั่งกินเหล้าโดยเรียกยูฮามาร่วมดื่มด้วย พระองค์ได้รำพันถึงความหลังกับนางอย่างเจ็บปวด ยูฮวาก็เจ็บปวดไม่น้อยเมื่อนึกถึงแฮโมซู นางบอกพระองค์ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมานางไม่เคยลืมแฮโมซู จะมีแต่ความตายเท่านั้นที่จะทำให้นางลืมแฮโมซูได้
     จูมงเดินทางเข้ามาในเมืองเพื่อหาดาบและของมากักตุนที่บ้านร้าง ส่วนเพื่อนๆ ของเขาให้ไปตามมูชงก่อนที่เขาจะถูกจัดตัวไป จูมงเข้ามาในเมืองก็เจอคนของยอนโบตามราวี โมพัลโมถูกคเยพินตามตื๊อเพื่อให้เขาไปทำดาบให้กับค่ายยีรู แต่โมพัลโมไม่ยอมไป โมพัลโมได้เจอกับจูมงขณะจะกลับวังเขาดีใจมากที่ได้เจอกับองค์ชายที่เขาเคารพนับถือ จูมงขอร้องให้โมพัลโมหาดาบให้เขาสองเล่ม เพื่อเอาไว้ป้องกันตัว เทโซอาการยังไม่หายดีนัก แต่ก็แสดงความโมโหสุดขีดออกมาเมื่อรู้ว่ายอนโบได้บอกพูดึ๊กบูลและยอมีอึลไปว่าพวกเขาเป็นคนยกทัพไปจู่โจมคุกลับที่ถ้ำ จนเทโซกล่าวตำนิยอนโบอย่างรุนแรง
     องค์ชายทั้งสองมาพบกับยอมีอึลและพุดึ๊กบูลที่ตำหนักพยากรณ์ถามนางถึงเรื่องที่จะทูลพระราชาเกี่ยวกับคุกลับ ทั้งสองบอกว่าไม่ได้ทูลอะไร และต่อไปองค์ชายทั้งสองก็ไม่ควรทำอะไรที่โง่เขลาเช่นนี้อีก เทโซพูดถึงนักโทษคนหนึ่งที่ตาบอดดูท่าทางสนิทกับจูมง และมีฝีมือในการต่อสู้และได้หนีไปกับจูมง จึงถามยอมีฮึลว่ารู้ว่าชายคนนั้นเป็นใคร ยอมีอึลตอบทันทีว่าพวกเราไม่ทราบ พูดึ๊กบูลหันไปมองนางนิดๆ
     มาริ โออี และซาโพ ช่วยมูชงออกมาได้จากพวกนักพนันที่กำลังมีเรื่องกัน และมาสมทบกับจูงที่รอยู่ด้านนอก จากนั้นจูมงก็ไปรับดาบจากโมพัลโมที่เตรียมไว้ให้ จูมงนำดาบมาให้แฮโมซู แฮโมซูบอกว่า แม้เขาจะเก่งกาจสักเพียงใด แต่ถ้าซะตาชีวิตเขามืดมน ดาบก็ไม่สามารถจะปกป้องเขาได้ แฮโมซูได้มอบม้วนกระดานม้วนหนึ่งให้กับจูมง บอกว่าให้เอาจดหมายนี้ไปมอบให้กับพระเจ้ากึมวาและห้ามไม่ให้ใครรู้ว่าจูมงเป็นคนส่งของชิ้นนี้ โดยให้เหตุผลว่าจะเป็นเรื่องที่จะช่วยสะสางเรื่องของจูมงได้
     ยอนทาบอลเห็นเทโซแสดงออกว่าชอบโซซอโน เมื่อรู้ว่าเขาป่วย จึงให้นาง อูเท ซายอง และคเยพิลไปเยี่ยมเทโซที่วัง เพราะคิดว่าในอนาคตข้างหน้าเขาคงมีประโยชน์กับการค้าของพวกเขา โซซอโนจำใจปั้นหน้าระรื่นมาพบกับเทโซ และป้อนคำหวานให้เขาพลานามัยดีขึ้นไวๆ เทโซหัวเราะอย่างมีความสุขเมื่อได้เห็นนาง แต่เมื่อพระชายาเสด็จมาเยี่ยมเทโซ นางจึงขอตัวออกไป พระชายาถามเทโซว่านางใช่หญิงในดวงใจเขาหรือเปล่า เทโซกล่าวปฏิเสธว่ายังไม่แน่ใจ โซซอโนเข้าวังนอกจากจะมาเยี่ยมเทโซแล้ว นางยังให้อูเทไปสืบเรื่องจูมงด้วย จนรู้มาว่า จูมงคือองค์ชายจูมงโอรสองค์ที่สามของพระราชากึมวาจริงๆ แต่ถูกไล่ออกจากวังเพราะความผิด จนได้ไปเจอกับพวกนางตอนที่เขาเดินทางไปเฮงอิน เพราะอยู่ระหว่างการทดสอบของราชวงศ์ โซซอโนอึ้งเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้โกหกนาง
     จูมงนัดเจอกับน้องสาวของมูชงนางสนมของยูฮวา เพื่อให้นางนำจดหมายนี้ไปมอบให้กับพระราชา นางเอาจดหมายเข้าวังมาได้อย่างปลอดภัยและเอาไปปะปนอยู่กับราชโอการที่ขุนนางนำถวายพระองค์ทุกเช้า เมื่อพระราชาได้เห็นจดหมายฉบับนั้นพระองค์ถึงกับอึ้ง และถามเหล่าขุนนางว่าใครเป็นคนส่งข้อความนี้มา แต่ไม่มีใครตอบได้เพราะจดหมายนี้มาพร้อมกับข่าวอื่นๆ จากหัวหน้ายอนทาบอล พระราชาอ่านข้อความนั้นอีกครั้งด้วยอาการตะลึง จนพูดึ๊กบูลรู้สึกสงสัยข้อความในจดหมายเขียนว่า ข้าเป็นนักโทษอยู่ในเรือนจำที่แม้กระทั่งฝนสักหยดก็เข้าไปไม่ถึง แต่หลังจากผ่านมาหลายปี ข้าก็คิดว่ามันคือลิขิตสวรรค์ ข้าไม่ได้ตำหนิท่านถึงแม้ว่าท่านรู้ว่าข้าอยู่ที่ไหนตอนนี้ ข้าต้องการพบท่าน ถ้ามีใครที่พยายามขัดขวางการนัดพบของเรา หลีกเลี่ยงพวกเขา และในคืนพระจันทร์เต็มดวงให้มาที่สระน้ำที่เราเคยพบกันมานานแล้วที่เขาซูมิ
     พระราชารู้สึกสับสนและกระวนกระวายใจ พูดึ๊กบูลอยากรู้ว่าพระองค์ได้จดหมายอะไร จึงให้ขุนนางแอบไปขโมยมาอ่าน จนรู้ว่าพระราชากับแฮโมซูนัดพบกัน ในคืนวันพระจันทร์เต็มดวง แฮโมซูได้ชวนจูมงออกไปนอกที่พักกับเขา
โดยไม่บอกว่าไปทำอะไร และในคืนนั้น พระราชาได้เสด็จออกจากวังอย่างเงียบๆ โดยมีทหารติดตามไม่กี่คนเพื่อไปพบแฮโมซู ระหว่างทางจูมงได้ถามแฮโมซูว่าเขาจะไปพบกับใคร แฮโมซูบอกว่ากำลังจะไปพบกึมวา จูมงหยุดเดินทันที แฮโมซูบอกต่อไปว่ากึมวากับข้าเป็นเพื่อนสนิทร่วมกันเป็นผู้นำกองทัพทามูล ข้าต้องพบเขาและช่วยเหลือเจ้าจากประตูแห่งความตาย และข้าต้องรู้ให้ได้ว่าทำไมข้าจึงถูกขังอยู่ในคุกนานถึง 20 ปี จูมงพูดกับแฮโมซูว่า เป็นไปไม่ได้ เสด็จพ่อไม่ใช่คนที่จะทรยศเพื่อนเขาแน่ แฮโมซูมารอพบพระราชากึมวาแต่ระหว่างทางทั้งสองถูกซุ่มโมตีจากคนของพูดึ๊กบูลที่พยายามขัดขวางไม่ให้ทั้งสองได้เจอกัน ทำให้คืนนั้นแฮโมซูต้องหนีกลับไป ปล่อยให้พระราชากึมวาไปคอยยังที่นัดพบอย่างเดียวดาย
แฮโมซูสงสัยว่าพระราชาถึมวาสั่งเขาไว้ในคุกนานถึง 20 ปีหรือไม่ และวันนี้พระองค์ส่งคนมาลอยฆ่าเขาอีกหรือเปล่าว คำถามอยู่ในหัวแฮโมซูมากมาย แต่หาคำตอบไม่ได้ จูมงไม่เชื่อว่าพระราชาจะส่งคนมาลอบฆ่าพวกเขา เขาบอกแฮโมซูว่าเคยเห็นพูดึ๊กบูลกับยอมีอึลที่คุกลับ อาจจะเป็นคนพวกนั้นก็ได้ หรือไม่ก็อาจจะเป็นเทโซกับยอนโบ แฮโมซูบอกว่าเขาไม่สนใจว่าจะเป็นฝีมือใคร แต่เขารู้สึกว่าซะตาชีวิตของเขากับจูมงช่างเหมือนกันเหลือเกิน แฮโมซูจึงถ่ายทอดวิทยายุทธ์ของเขาให้จูมงได้เรียนรู้จากนั้นเป็นต้นมา แฮโมซูก็สอนวิทยายุทธ์ต่างๆ ให้จูมง ทั้งฟันดาบ และยิงธนู  พระราชาให้พูดึ๊กบูลอ่านข้อความที่เขาได้มา เขาทำหน้าไม่ถูก เมื่อพระชาถามว่าเป็นเพราะอะไรแฮโมซูถึงไม่ออกมาพบ ทั้งที่เป็นคนนัดพระองค์เอง พระองค์ตะคอกใส่พูดึ๊กบูลว่ามันเป็นใครที่มาขัดขวางไม่ให้พระองค์พบกับแฮโมซู พูดึ๊กบูลทำไม่รู้ไม่เห็น พระราชาจึงบอกว่าเขาจะใช้กำลังทหารทั้งหมดตามหาตัวแฮโมซูให้พบให้ได้
ดเยพิลพาโมพัลโมไปพบกับยอนทาบอลที่บ้าน ยอนทาบอลเลี้ยงอาหารโมพัลโมอย่างดี และกล่าวชื่นชมผลงานการทำดาบของเขา แต่พอยอนทาบอลบอกว่าเขาจะทำโรงงานอาวุธขึ้นมาร จึงอยากให้โมพัลโมมาอยู่ด้วย เขาก็แสดงความไม่พอใจและหุนหันออกไปทันที โตชิติดสินบนให้ยอนโบเพื่อขอให้เขาบอกพระราชาว่าให้กลุ่มการค้าของเขาเหมาะที่จะเป็นผู้นำการค้ามากว่าจะให้กลุ่มของยอนทาบอลทำ จากนั้นยอนโบได้เอารูปของจูมงมาให้โตชิดู เพื่อให้เขาช่วยตามหาตัวให้ ยอนโบได้เจอกับพูยองที่บ้านของโตชิด้วย

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 13

     อูเทพาโซซอโนมาดูจูมงที่บ้านร้างกลางเขา เห็นจูมงกำลังฝึงเพลงดาบอย่างชำนาญก็ได้ยืนมองอย่างสนใจ และเห็นพูยองมาบอกจูมงว่ายอนโบได้เจอกับนาง และขู่อาฆาตเขาไว้ จูมงรู้สึกเป็นห่วงพูยอง เขาดึงนางมากอดและจูบหน้าผากนางเบาๆ โซซอโนเห็นแล้วได้แต่ยืนมองอย่างปวดใจ
     เพื่อนทั้งสามของจูมงต้องการมีผู้คุ้มกันพวกเขา จึงขอร้องให้จูมงพาพวกเขามาทำงานที่กลุ่มของยอนทาบอล เพื่อให้พวกนั้นคุ้มครองจากพวกโตชิ จูมงจีงพาเพื่อนๆ ไปขอทำงานกับโซซอโน แต่จูมงได้เจอกับ เทโซที่มาหานางเช่นกัน เทโซเรียกจูมงเข้าไปพบในห้อง จูมงรีบคุกเข่าขอร้องเทโซ **เสด็จพี่ ข้าไม่ใช่ตัวอันตรายสำหรับท่าน ท่านน่าจะรู้ดี ข้าไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ทำไมพวกท่านยังถึงต้องการจะเอาชีวิตข้าอีก ข้าไม่รู้จักการต่อสู้ ไม่มีความสามารถ ข้าไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ขอชีวิตข้าเถอะ ท่านพี่ **ทำไมข้าถึงอยากจะฆ่าเจ้านัก เจ้าไม่รู้หรอกหรือ เจ้าพูดถูกแล้ว เจ้าไม่ใช่ตัวอันตรายสำหรับข้าอีก แต่ข้าก็ยังต้องการชีวิตเจ้า ไม่ใช่เพราะเจ้าเป็นเสี้ยนหนามข้า ถ้าเพราะเจ้าเป็นเสี้ยนหนามข้า ข้าคงยังนับถือเจ้าอยู่ ยี่สิบปีที่ผ่านมานั้น เจ้าและแม่เจ้าได้นำความเจ็บปวดอย่างมากมาให้เสด็จแม่ของข้าและข้า เจ้ารู้หรือเปล่า ตั้งแต่เจ้าและแม่เจ้าเข้ามาในวัง เสด็จแม่ข้าเป็นคนที่สมควรได้รับความรักและความเคารพจากผู้คน แต่กลับต้องมีชีวิตที่โดดเดี่ยว ข้ากับยอนโบไม่เคยรู้สึกถึงความรักของเสด็จพ่อเลย ขณะที่เจ้าและแม่เจ้าเติบโตมาด้วยความรักและความห่วงใยจากเสด็จพ่อ เทโซกล่าวด้วยความเคียดแค้นชิงชัง ที่ยูฮวาและจูมงเป็นต้นเหตุของความรู้สึกนี้ **เสด็จพี่ ความเจ็บปวดที่ท่านได้รับ ไม่ใช่มาจากการกระทำของข้าหรือข้าเลือก มันเป็นซะตาฟ้าลิขิต ท่านจะมาโทษข้าได้อย่างไร ถึงท่านกับข้าจะไม่ได้เกิดมาจากเสด็จแม่เดียวกัน แต่พวกเรายังเป็นพี่น้องกัน มีสายเลือดของกษัตริย์อยู่ในตัว ข้าขอร้อง โปรดหยุดความโกรธเคืองในใจของท่านเถอะ ข้าเพียงต้องการมีชีวิตอยู่ **อย่ามากลัวข้า ข้าจะไม่เสียเวลาพยายามที่จะฆ่าเจ้า หลังจากที่เจ้าออกไปจากวัง ข้าได้เขาควบคุมการค้าระหว่างประเทศและวางแผนของเมืองเรา ยอนโบควบคุมทหาร ด้วยอำนาจของข้าและยอนโบ พวกเราไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลเรื่องของเจ้า แต่เจ้าต้องจำไว้ ถ้าเจ้าทำให้ข้าโกรธอีกข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป เทโซกล่าวด้วยเสียงเครียดๆ แล้วลุกหนีไป
     มาริ โออี และซาโพได้มาทำงานที่กลุ่มของยอนทาบอล โดยให้ยกของ แบกของ แต่ทั้งสามคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมกับงานพวกนี้ เพราะพวกเขามีฝีมือ จึงบอกกับอูเทว่าเขาควรได้อยู่ในหน่วยคุ้มกันขบวนสินค้ามากกว่า อูเททดสอบความสามารถของคนทั้งสาม เห็นว่าเหมาะกับตำแหน่งนี้ก็ให้ตราสัญลักษณ์ของคณะยอนทาบอลไว้เป็นยันต์กันพวกโตชิเวลาถูกกลั่นแกล้งไปใช้ พระราชาสั่งให้แม่ทัพส่งทหารไปค้นหาแฮโมซูที่หายไป พูดึ๊กบูลแห็นจึงเล่าให้ยอมีอึลรู้ว่าวันก่อนเขานำทหารไปดักเล่นงานแฮโมซูตอนที่นัดพบกับพระราชา ยอมีอึลโกรธพูดึ๊กบูลมากที่ทำโดยพละการ เพราะนางรู้ว่าชะตาชีวิตของแฮโมซูอยู่ได้อีกไม่นาน นางจึงอยากให้เขาตายไปเอง แต่พูดึ๊กบูลร้อนใจกลัวว่าแฮโมซูจะมาเจอกับพระราชาจึงต้องกำจัดเสียก่อน
     ยอมีอึลใช้พลังพิเศษค้นหาแฮโมซูไม่ได้ นางจึงต้องยืมพลังพิเศษของสาวพรหมจรรย์มาช่วยค้นหา จนได้รู้ว่า แฮโมซูไปหลยซ่อนอยู่ที่บ้านกลางหุบเขาฃุนมู ยอมีอึลเดินทางไปพบแฮโมซูเพียงลำพัง โดยไม่รู้ว่าคนของพูดึ๊กบูลได้แอบตามนางไป ยอมีอึลสารภาพกับแฮโมซูว่า นางเป็นคนขังเขาเอาไว้ในคุกนาน 20 ปี ก็เพื่อปกป้องพูยอ เพราะภายใต้การการปกครองแฮโมซูได้บดบังแสงอาทิตย์ของพูยอมาตลอด นางจึงต้องตัดไฟแต่ต้นลม ซึ่งเรื่องนี้พระราชากึมวาไม่รู้เรื่องเลย ยอมีอึลมาขอร้องให้แฮโมชูออกไปจากพูยอ แฮโมซูยอมทำตาม โดยขอพบกับพระราชากึมวาก่อน ยอมีอึลจึงบอกให้แฮโมซูรุ้ว่า คอนนี้ยูฮวาเป็นนางสนมของพระราชาไปแล้วแฮโมซูถามยอมีอึลว่าลูกของยูฮวาชื่อจูมงใช่ไหม ยอมีอึลถึงกับตะลึง
     พูดึ๊กบูลรู้จากคนสนิทว่ายอมีอึบเดินทางไปพบกับแฮโมซูบนเขา เขาจึงตัดสินใจจะยืมมือเทโซเล่นงานแฮโมซู โดยเล่าเรื่องแฮโมซูให้เทโซฟังว่า เขาคือคนรักของยูฮวาและตอนนี้เขายังมีชีวิตอยู่ และอยากให้เทโซกำจัดแฮโมซูให้เร็วที่สุด เทโซถามเรื่องความสนิทสนมของแฮโมซู พระราชา และยูฮวา กับพระชายา นางเล่าให้เทโซฟังว่าทั้งสองสนิทสนมกันฉันพี่น้อง แต่เมื่อแฮโมซูตายไป พระองค์จึงรับยูฮวามาเป็นนางสนม แต่พระชายาเชื่อว่าจูมงอาจจะเป็นลูกของแฮโมซู เทโซตื่นตะลึงกับเรื่องนี้ยอนโบไปขนอาวุธจากโรงงานทำอาวุธ โมพัลโมเข้าไปขวางไม่ให้เขาเอาอาวุธออกไป แต่กลับถูกยอนโบสั่งห้ามเอาไว้ไม่ให้บอกเรื่องนี้ให้ใครรู้ นอกจากนี้ยอนโบยังได้รับคำสั่งจากเทโซว่าให้รวบรวมกำลังเตรียมไว้ และไม่ควรแพร่งพรายให้พระราชารู้
     แฮโมซูตัดสินใจจะไปจากพูยอ แต่มีข้อแม้กับยอมีอึลว่าเขาอยากพบกับยูฮวา ยอมีอึงจึงชักชวนให้ยูฮวาออกไปนอกเมือง และพาไปพบกับแฮโมซูที่เขาชุนมู จากความช่วยเหลือของยอมีอึลทำให้แฮโมซูและยูฮวาได้พบกันอีกครั้ง ยูฮวาหลั่งน้ำตาเปิดเผยควาในใจที่เก็บซ่อนไว้ในใจนานหลายปีให้แฮโมซูรับรู้ หลังจากที่แฮโมซูและยูฮวาได้พูดคุยกันแล้ว แฮโมชูก็เดินทางกลับที่พักด้วยจิตใจที่หดหู่เศร้าหมอง คืนนั้น แฮโมซูลูบไล้ใบหน้าจูมงด้วยความทะนุถนอม เมื่อรู้แน่ชัดแล้ว่าเขาคือลูกชายของตัวเอง จนน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ยูฮากลับถึงวังก็ไปเผ้าพระราชา นางบอกพระราชาว่านางได้พบกับแฮโมซูแล้ว และนางจะขอตามแฮโมซูออกไปจากพูยอ พระราชตกใจมาก รับสั่งกับยูฮวาว่าพระองค์กำลังเร่งตามหาแฮโมซูอยู่ แต่ยังหาไม่พบ ขอให้ฮวาบอกมาว่าแฮโมซูอยู่ที่ไหน
     จูมงเรียนรู้การยิงธนูจากแฮโมซู แฮโมซูบอกว่านักยิงธนูที่เก่งกล้า ลูกธนูแรกยังไม่ถึงเป็นหมายก็สามารถยิงลูกธนูลูกต่อไปได้ แล้วเขาก็สาธิตให้จูมงดู จูมงยืนดูด้วยความตะลึง จูมงบอกแฮโมซูว่าชื่อของเขาหมายถึงความเก่งในด้านการยิ่งธนู เขาเก่งเหมือนพ่อ แม่จึงตั้งชื่อเขาว่าจูมง แฮโมซูได้ยินยิ่งเสียใจ แฮโมซูพูดกับจูมงให้จำไว้ว่า**นานมาแล้ว ข้าถูกกำหนดให้เป็นผู้เปลี่ยนแปลงซะตากรรมของแผ่นดิน แต่ข้ากลับผิดคำสัญญาที่ข้าให้ไว้ว่าจะปกป้องหญิงคนหนึ่ง เจ้าต้องไม่มีวันที่เป็นเหมือนข้า หากเจ้าไม่สามรถปกป้องแม้แต่คนที่เจ้ารักที่อยู่ข้างกายเจ้าได้ แล้วเจ้าจะสามรถปกป้องอาณาจักรของประชาชนเจ้าได้อย่างไร แม่ของเจ้า ต้องเป็นคนฉลาด และงดงามมาก เจ้าต้องไปปกป้องนาง เจ้าควรไปเยี่ยมนาง จูมงรับคำอย่างเต็มใจ แฮโมซูให้จูมงลงเขาเพื่อไปพบกับยูฮวา จูมงไม่รู้เรื่องในใจของแอโมซูเขาจึงลงเขามาด้วยความกระตือรือร้น หารู้ไม่ว่าเวลานี้ยอนโบกับเทโซได้นำกลังทหารนับร้อยนายเคลื่อนทัพขึ้นไปบนเขาชุนนู เพื่อกำจัดแฮโมซู
     ทางด้านพระชายากับยูฮวา ทั้งสองได้แต่กายแบบสามัญชนไปที่ชุนมูเพื่อพบแฮโมซู จูมงเดินทางลงเขามาก็เจอกับพวกเพื่อนๆ ที่กระหืดกระหอบมาบอกว่า เห็นทหารจำนวนมากไปที่หุบเขา จูมงรีบวิ่งกลับไปทางเดิมทันที ยอนโบและเทโซยกกำลังทหาเข้าเล่นงานแฮโมซูทันที ทั้งดาบและธนูพุ่งเข้าใสร่างแฮโมซูไม่ยัง เขาพยายามต่อสู้อย่างสุดความสามรถ แต่เขาเพียงตัวคนเดียว ไม่สามารถเล่นงานคนทั้งกองทัพได้ จูมงมาถึงเนินเขาเห็นชัดเจนว่าคนคุมทหารมาเล่นงานอาจารย์ของเขาคือยอนโบและเทโซ เขาจะลงไปช่วยแฮโมซู แต่ถูกเพื่อนๆ ห้ามไว้ และทำร้ายจนจูมงหมดสติไป แฮโมซูถูกธนูนับสิบดอกพุ่งเข้าร่าง และถูกดาบของเทโซฟันสุดแขนจนสิ้นใจตายไปทันที พระราชาและยูฮวาเดินทางมาถึง ก็พบแต่ร่างไร้วิญญาณของแฮโมซู ส่วนร่างของทหารนับร้อยที่ตายถูกเก็บหลักฐานจนหมดเกลี้ยง ทั้งพระราชาและยูฮวาต่างร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ พระราชานำร่างของแฮโมซูไปผังไว้บนเขาชุนนู ก่อนจะพายูฮวากลับวัง เพราะเห็นนางเศร้าใจมาก จูมงได้สติขึ้นมา เขาก็รีบกลับมาที่บ้านเนินเขา ตะโกนหาอาจารย์ดังลั่น ค้นหาแฮโมซูจนทั่ว แต่ไม่พบแม้แต่ร่างของแฮโมซู มาริ โออี และซาโพ ได้แต่ยืนดูจูมงบ้าคลั่งอย่างสงสรจับใจ พูดึ๊กบูลบอกยอมีอึลถึงการกระทำของตัวเองที่วางแผนให้เทโซไปจัดการกับแฮโมซูจนเขาเสียชิวิตไปแล้ว
     ยอมีอึลรู้สึกโกรธ แต่ทำอะไรพูดึ๊กบูลไม่ได้ ตั้งแต่แฮโมซูตาย จูมงก็เอาแต่เก็บตัวและกินเหล้า ทำตัวเสเพล เพราะรู้สึกท้อแท้กับชีวิต แม้ว่าเพื่อนตายของเขาทั้งสามจะพูดจาเกลี้ยกล่อมอย่างไร เขาก็ไม่สนใจจะฟัง การตายของแฮโมซูทำให้ยูฮวาเสียใจจนล้มป่วย พระชายารู้สึกสะใจมากที่ทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดได้ พระราชาสืบรู้มาว่ายอนโบนำกำลังทหารไปที่เขาชุนมู จึงเรียกมาคาดคั้นถามด้วยความโกรธ แต่เทโซออกรับแทนว่า ยอนโบไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น แต่คนที่ปล่อยให้เขาส่งกำลังทหารออกไป 200 นายนั้น คือหม่อมฉันเอง หม่อมฉันเองที่ฆ่าท่านแม่ทัพแฮโมซู พระราชาโกรธเกรี้ยว ถึงกับกระชากดาบจะฟันคอองค์ชาย พร้อมกับพูดว่า เจ้าเลวมาก เทโซบอกกับพระราชาว่า แม้ว่าเสด็จพ่อจะรับสั่งให้ตัดหัวหม่อมฉัน โปรดฟังคำอธิบายของหม่อมฉันก่อนจะได้ไหม เทโซพูดถึงความสัมพันธ์ของแฮโมซูกับพระราชาว่าสนิทสนมกันข้อนั้นเขารู้ดี แต่เขากลัวว่าผู้อพยพที่แฮโมซูช่วยมานั้น จะทำให้แฮโมซูยิ่งใหญ่ และอาจเป็นภัยต่อพูยอ ตามคำพูดที่พูดึ๊กบูลเป่าหู เทโซจึงตัดไฟแต่ต้นลม หม่อมฉันกระทำลงไปเพื่อเสด็จพ่อ ถ้าความจงรักภักดีของหม่อมฉันเป็นสิ่งที่ผิด หม่อมฉันก็เต็มใจที่จะรับคมคาบจากเสด็จพ่อ พระราชาร้องออกมาเสียงดัง แต่ก็ฟันดาบใส่องค์ชายไม่ลง พูดึ๊กบูลเห็นเทโซสามารถชนะใจพระราชา และทำอะไรได้ทันใจ เขารีบประจบสอพลอ ยอมสวามิภักดิ์อยู่ใต้บังคับบัญชาทันที ยิ่งทำให้เทโซฮึกเหิมลำพองใจใหญ่ พระราชาเห็นยูฮวานอนซมอยู่บนเตียง ไม่ยอมแตะต้องอาหาร ไม่สนใจใคร ทำให้พระองค์ตัดสินใจให้คนออกไปตามจูมงกลับมาที่วัง เวลานั้นจูมงกำลังเพลิดเพลินอยู่กับสาวๆ ในวงเหล้าอย่างสนุกสนาน จนซาโพและเพื่อนหนักใจ ทางด้านเทโซพวกเขาสืบรู้ว่าจูมงกำลังเมาเหล้าอยู่ที่ตลาดจึงส่งคนออกไปลอบฆ่า พระราชาออกมาตามจูมงด้วยพระองค์เองเห็นจูมงกำลังถูกคนร้ายโจมตี จูมงต่อสู้ด้วยมือเปล่าอย่างเก่งกาจจนพระองค์ได้แต่ยืนตะลึง

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 14

     พระราชากึมวามาตามจูมงกลับวังด้วยพระเอง เห็นจูมงต่สู้อยู่กับพวกที่คิดทำร้ายเขา พระองค์ถึงกับตะลึงด้วยความแปลกใจว่าจูมงทำไมเก่งกาจเช่นนี้ พระราชารับสั่งให้จูมงเข้าวังเพราะยูฮวาป่วยหนัก จูมงจึงตามพระราชากลับวังทันที การที่จูมงกลับมาที่พระราชวัวอีกครั้งทำให้ยอนโบไม่สบายใจ พยายามหาทางกำจัดจูมง โดยปรึกษาเทโซ เทโซแนะนำให้ยอนโบรีบฆ่าจูมงเสีย
     การประชุมลับครั้งต่อมา เทโซถามพูดึ๊กบูลว่าจูมงจะเป็นอุปสรรคต่อการสืบทอดบัลลังก์ของเขาหรือไม่ และพูดึ๊กบูลคิดว่าจูมงจะใช่สายเลือดของแฮโมซูหรือเปล่าว พูดึ๊กบูลก็ไม่ได้ให้คำตอบใดๆข่าวของจูมงที่กลับเข้าวังรู้ถึงหูโซซอโน โดยชายองกับอูเทเป็นคนไปรายงาน จูมงเผ้าดูอาการป่วยของยูฮวา ด้วยความไม่สบายใจ จนเผลอหลับไป ยูฮวาตื่นขึ้นมาเห็น เผ้าจับตาดูลูกชายด้วยความรัก และสงสัยว่าทำไมแฮโมซูจึงไม่ยอมให้นางบอกว่าใครคือพ่อที่แท้จริง และยังกำชับให้จูมงเป็นลูกของพระราชากึมวาอีก โมพัลโมได้พบกับจูมง จึงบอกให้รู้ว่าพี่ชายทั้งสองของเขาสั่งให้ทำดาบขึ้นมา โดยที่พระราชากึมวาไม่รู้ จูมงสั่งไม่ให้โมพัลโมบอกเรื่องนี้กับใคร จากนั้นจึงไปพบกับเทโซและยอนโบเพื่อทักทายหลังจากกลับเข้าวังแล้ว
พระราชากึมวามีรับสั่งให้จูมงเข้าเผ้า และสอบถามว่าใครคือผู้ที่คิดจะเอาชีวิต จูมงไม่ได้ตอบความจริง บอกแต่ว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นใคร พระราชากึมวารับสั่งถามอีกว่า ทำไมฝีมือดาบของเขาจึงพัฒนาไปได้ไกลนัก จูมงบอกว่าเขาได้อาจารย์ตาบอดคนหนึ่งสอนให้ แต่ตอนนี้อาจารย์ของเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว
     พระราชากึมวาเรียกพระชายาวอน ยูฮวา เทโซ ยอนโบ และเหล่าเสนา เข้าเผ้า เพื่อบอกว่าพระองค์จะประกาศแต่งตั้งองค์รัชทายาท ซึ่งองค์ชายทุกคนมีสิทธิ์จะได้รับเลือก พระชายาบอกว่าเทโซมีสิทธิ์ที่ถูกต้อง แต่พระราชากึมวายังยืนยันว่าทุกคนมีสิทธิ์ แม้ยอนโบจะปฏิเสธสิทธินี้ก็ตาม แต่เมื่อถามจูมงถึงเรื่องนี้ เขากลับขออนุญาตออกไปนอกพระราชวังอีกครั้ง ยอนโบและพี่ชายของพระชายาวอนก็ได้ลักลอบนำอาวุธออกจากโรงงานอาวุธ เพื่อนำไปให้พวกทหารฮั่น เมื่อพระราชากึมวารู้เรื่องว่าอาวุธหายไป จึงเรียกโมพัลโมมาสอบสวน แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร เพราะโมพัลโมไม่กล้าพูดความจริง
     พระราชากึมวาปรึกษาพูดึ๊กบูลเรื่องการค้าเกลือกับชาวฮั่น เทโซขออาสาไปเจรจาเรื่องนี้เอง พูดึ๊กบูลสนับสนุนทันทีพระราชาจึงยอมอนุญาติ ยูฮวารู้เรื่องนี้จึงบอกให้จูมงรู้ เพราะถ้าเทโซทำเรื่องนี้สำเร็จจะทำให้เขาได้รับเลือกเป็นองค์รัชทายาท จูมงจึงตัดสินใจที่จะออกมาอยู่นอกวังอีกครั้ง หลังจากออกมาอยู่นอกวัง จูมงก็ไปของานยอนทาบอลทำ โดยบอกว่าเขาไม่ได้เป็นองค์ชายอีกต่อไปแล้ว เขาอยากเรียนรู้โลกภายนอกมากว่า ยอนทาบอลรู้สึกหนักใจกับเรื่องนี้มากจากนั้นจูมงจึงไปหาโออี มารีและซาโพ ทั้งสามคาดหวังให้จูมงกลับเข้าวัง เพื่อที่พวกเขาจะได้มีหลักประกันในชีวิต แต่จูมงกลับปฏิเสธ ทำให้ทั้งสามคนรู้สึกผิดหวังมาก แต่จูมงก็รับปากว่าจะช่วยใช้หนี้ให้พวกเขาที่ติดหนี้ไว้กับพ่อค้าโตซิและจะให้มีหลักประกันในชีวิตต่อไปในอนาคต
     ยอนทาบอลเล่าเรื่องจูมงมาของานทำให้โซซอโนฟังในการประชุม เธอจึงให้รับเขาเข้ามาทำงานด้วยและคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวและคอยช่วยเหลือเขาอยู่เงียบๆ ดังนั้นจูมงจึงได้ทำงานอยู่กับกลุ่มพ่อค้าของยอนทาบอล และเขาก็ได้รับการปฏิบัติตัวเยี่ยงคนงานทั่วไป ซึ่งไม่ใช่องค์ชายจูมงอีกต่อไป พระราชากึมวารู้ว่าจูมงไปทำงานอยู่กับยอนทาบอล จึงบอกให้ยูฮวารู้ ทำให้ยูฮวารู้สึกไม่สบายใจ พระราชาจึงปลอบใจว่าจูมงอาจมีแผนการอะไรอยู่ในใจ จึงได้คิดทำเช่นนั้น ทางด้านเทโซเมื่อเดินทางไปถึงเมืองยอนโท เขาได้พบกับหยางจอกเจ้าเมืองคนใหม่ หยางจองไม่ยอมเจรจากับเทโซ แต่ต้องการคุยกับพระราชากึมวาเพียงคนเดียวเท่านั้น ทำให้เทโซรู้สึกเสียหน้า แต่ไม่ยอมกลับวังตามคำแนะนำของพูดึ๊กบูล
โตชิได้นำความเรื่องจูมงไปทำงานกับยอนทาบอลให้ยอนโบและพระชายารู้ ซึ่งพระชายาวอนก็สั่งให้ยอนโบจับตาดูจูมงให้ดี ในขณะที่เทโซไม่อยู่ ในคืนหนึ่งขณะที่จูมงกำลังฝึกดาบอยู่นั้น โซซอโนได้เข้ามาหาจูมงเพื่อจะไขข้อข้องใจว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ ในขณะที่พี่ชายอีกสองคนกำลังช่วยแก้ไขปัญหาบ้านเมืองกันอยู่ โดยเฉพาะเทโซที่อาสาไปเจรจากับหยางจอง แต่จูมงไม่ตอบอะไร เพียงแต่เงียบไปเท่านั้น เทโซไม่ใด้เข้าเจรากับหยางจองอย่างที่คาดหวัง ทำให้เขาแอบกลับวัง แต่ก็สั่งให้นาโรทหารคนสนิทไปสืบมาว่า ร่างของแฮโมชูถูกฝังอยู่ที่ไหน นาโรไปสืบมาจากทหารคนสนิทของพระราชากึมวา เทโซข่มขู่ให้บอกที่ฝังศพแฮโมซู เทโซนำศรีษะของแฮโมซูไปเป็นของกำนับที่เมืองยอนโททันที หยางจองตกใจมากเมื่อได้เห็นศีรษะของแฮโมซู เทโซบอกหยางจองว่าพระราชากึมวาต้องการทำสงครามกับยอนโท แต่ที่เขาตัดศีรษะของแฮโมซูมาเป็นของกำนัลนั้น เพื่อต้องการแสดงความเป็นมิตรด้วย หยางจองได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าในอดีต แฮโมซูคือบุคคลสำคัญที่ราชสำนักจีนต้องการตัวเป็นอย่างมาก หยางจองรุ้สึกถูกชะตากับเทโซอย่างมาก ถึงขั้นที่จะช่วยเหลือให้เขาได้ขึ้นครองราชย์แทนพระราชากึมวา
     ยอนโบสามารถนำเกลือที่ยอนทาบอลนำมาคืนให้โตชิ ทำให้เขาได้รับความดีความชอบ แต่เมื่อเทโซกลับมารายงานความสำเร็จของตัวเองทำให้ความดีของยอนโบถูกลบเลือนไปทันที ทำให้เขาไม่พอใจมาก พระราชากึมวาถามเทโซว่าเขาเจรจากับหยางจองด้วยวิธีใด เทโซไม่ยอมเล่าให้ฟัง ได้แต่โกหกไปเท่านั้น เรื่องทั้งหมด โซซอโนนำไปบอกให้จูมงรู้ แต่จูมงกลับเฉยและพูดเรียบๆ ว่าดีแล้วที่เทโซทำเพื่อบ้านเมือง ทำให้โซซอโนรู้สึกผิดหวังเอามากๆ จูมงฝึกยิงธนุอย่างหนัก ยอทาบอลเห็นแล้วยังชื่นชม บอกว่าชื่อเขาคงจะเหมือนการยิงธนู ซึ่งมีความหมายว่า ผู้มีความสามรถด้านการยิงธนู และจูมงยังทำให้ยอนทาบอลประหลาดใจยิ่งขึ้น เมื่อรู้ว่าแฮโมซูเป็นอาจารย์ของจูมง แต่ว่าตอนนี้เขาเสียชิวิตไปแล้ว
     ยอมีอึลไม่เห็นด้วยที่พระราชากึมวาจะแต่ตั้งองค์รัชทายาทโดยไม่ปรึกษาขุนางชั้นผู้ใหญ่ จึงต่อว่าพระราชา ทำให้พระองค์ไม่พอพระทัยถึงขั้นอยากจะสั่งฆ่านางให้ตาย แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่รับสั่งว่าใครที่ทรยศพระองค์จะไม่ทรงให้อภัยเป็นอันขาด
     โซซอโนได้เข้าพบเทโซ เพื่อแสดงความดีใจกับความสำเร็จของเทโซที่เจรจากับหยางจองได้ผลดี แต่เทโซกลับยื่นกล่องอัญมณีที่มีค่ามหาศาลให้กับนางแทน เรื่องนี้ทำให้โซซอโนกลับมาบ้านด้วยความไม่สบายใจ คืนนั้นจูมงมาหาโซซอโนในห้องเพื่อมอบบันทึกประจำวันให้ โซซอโนจึงถามจูมงเหมือนเดิมว่านางไม่เข้าใจเลยว่าจูมงมาทำอะไรที่นี่ ในขณะที่เทโซสร้างความดีความชอบให้แก่บ้านเมือง แต่จูมงกลับตอบอย่างใจเย็นว่าที่เทโซและยอนโบแก้ปัญหาวิกฤติการณ์ค้าเกลือได้นั้น มันเป็นแค่เพียงปัญหาเล็กๆ ถ้าเมื่อไหร่พวกฮั่นเปลี่ยนใจเมืองพูยอก็จะพบกับปัญหาซ้ำแล้วซ้ำอีก จูมงยังบอกต่ออีกว่าการแก้ปัญหาให้ยูพอไม่ใช่จุดนี้ แต่เมื่อโซซอโนจะถามต่อ จูมงก็ไม่อยู่ตอบคำถามอีกต่อไปแล้ว นางเพียงแต่คิดว่าจูมงมองการณ์ไกล เขาจะต้องมีเหตุผลในการทำอย่างนี้แน่ๆ
     จูมงไปพบกับโตชิ เพื่อขอร้องให้ปล่อยตัวพูยอง แต่โตชิอ้างว่าพูยองเป็นคนรับใช้ที่นี่ ถ้าจูมงต้องการพานางกลับจะต้องจ่ายมา 5000 วอน สำหรับตัวพูยอง และอีก 500 วอน สำหรับพี่น้องของนางอีกสองคน ทำให้จูมงไม่สามารถช่วยหลือพูยองได้ในตอนนั้น เพียงแค่สัญญาว่าจะมาช่วยให้ได้ในอนาคตยอนโบผิดหวังกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จึงไปดื่มเหล้าที่บ้านโตชิ และเรียกให้พูยองมาคอยปรนนิบัติ แต่พูยองก็ไม่สามารถทำทุกอย่างตามที่ยอนโบต้องการได้ จึงได้ตบหน้าอย่างโมโห โชคดีที่โตฃิได้ช่วยห้ามได้ทัน มิฉะนั้นนางอาจถูกทำร้ายร่ายการหนักกว่านี้ ยอนโบโมโหกลับไปยังพระราชวังและเรียกให้ยอมีอึลมาพบ ยอมีอึลถามยอนโบเรื่องเกาทัณฑ์ที่ภูเขาชินจูที่หักลง ยอนโบได้เล่าให้นางฟัง ทำให้ยอมีอึลรู้ความลับบางอย่าง จากนั้นจางจึงสั่งให้นางกำนัลคนสนิทคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของสองพี่น้องอย่างใกล้ชิด จูมงและมูชงกลับเข้าไปในพระราชวังพูยออีกครั้ง เพื่อไปเยี่ยมยูฮวาผู้เป็นมารดา ซึ่งยูฮาก็ยังคงไต่ถามจูมงเช่นเคย เรื่องที่จะทำอะไรให้พระราชากึมวาทรงเห็นว่าจูมงก็มีประโยชน์ ดังเช่นเทโซและยอนโบทำ จูมงจึงตอบมารดาไปว่า เขากำลังจะจัดการเรื่องศาสตราวุธที่หายไป
     ฝ่ายพระราชากึมวาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องที่อาวุธหายไป รับสั่งให้พี่ชายของพระราชาจับคนร้ายมาลงโทษให้ได้ ทำให้เทโซที่อยู่ในที่นั้นด้วยรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งนัก ยอนทาบอลเรียกโมพัลโมมาพบ เพื่อจะสืบหาความลับในการทำอาวุธของพระราชากึมวา ซึ่งยอนทาบอลได้ให้มีดมาอันหนึ่งซึ่งทำจากเหล็กเนื้อดีเป็นของขวัญ ซึ่งเขาหวังว่าจะได้โมพัลโมมาเป็นพวกเดียวกัน ในตอนนั้นนาโรได้รายงานให้เทโซรูว่าโตชิเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการขโมยอาวุธครั้งนี้ และเมื่อเค้นความจากโตชิก็รู้ว่าผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังคือยอนโบ และท่านลุงของเขานั่นเอง ทำให้เทโซรู้สึกโกรธมากที่ยอนโบทำอย่างนั้น และในที่สุดโมพัลโมก็สามารถสร้างดาบที่แข็งแรงพอๆ กับของพวกชาวจีนได้สำเร็จหนึ่งเล่ม ซึ่งยังไม่เพียงพอ ต้องทำอีก 9 เล่มจึงจะนำถวายพระราชากึมวาได้ เขาจึงนำไปให้จูมงดู แต่ระหว่างนั้นได้ถูกซุ่มโจมตีโดยพวกที่ปิดหน้าด้วยผ้าดำ ทว่าจูมงก็จัดการและจับตัวนาโรคนของเทโซที่มาดักเล่นงานไว้ได้ จูมงจึงรีบเข้าวังไปพบกับเทโซและยอนโบ ข่มขู่ว่าจะบอกพระราชากึมวาว่าแท้จริงแล้ว คนที่อยู่เบื้องหลังการขนอาวุธออกจากห้องตีเหล็ก คือพี่ชายของเขาทั้งสองที่เป็นผู้ขโมยไป

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 15

     จูมงบอกกับโซซอโนว่าเขาต้องการจะร่วมขบวนการค้าไปที่เมืองโกซานเพื่อหาแหล่งเกลือตามคำเล่าลือที่ได้ยินมาจากยูฮวา โซซอโนจึงไปปรึกษายอนทาบอล อูเทบอกว่ามันอันตรายมาก แต่โซซอโนยืนยันว่าการไปครั้งนี้จะทำให้ได้กำไรอย่างงามทีเดียว
ทางฝ่ายเทโซเมื่อคิดถึงคำขู่ของจูมงรู้สึกโกรธขึ้นมาอีก จึงเรียกนาโรมาเพื่อวานแผนลักพาตัวโซซอโน ยอนทาบอลอนุญาตให้โซซอโนไปทำการค้าที่เมืองโกซาน นางจึงบอกให้จูมงรู้ จูมงบอกว่าที่เมืองนี้มีเกลือมาก เพราะยูฮวาเคยบอกให้ฟัง จากนั้นนาโรก็มาหาโซซอโนบอกว่าเทโซต้องการพบ แต่นางปฏิเสธไม่ยอมไปพบตามคำเชิญ เมื่อนาโรนำความไปบอกเทโซ เทโซถึงกับหัวเราะ บอกว่าถ้าโซซอโนไม่มาเขาจะเป็นคนไปหานางเอง
     จูมงไปหายูฮวาที่วังหลวง เพื่ออำลาไปเมืองโกซาน ยูอวาบอกกับจูมงว่านางไม่แน่ใจว่าที่โกซานจะมีเกลือมากอย่างที่นางเคยรู้มากก่อนหรือไม่ ก่อนไป ยูฮวาได้มอบแหวนของแฮโมซูไห้กับจูมงเก็บรักษาไว้ ถ้าวันใดจูมงเจอหญิงอันเป็นที่รัก ก็ให้มอบแหวนวงนี้แก่นางผู้นั้นไป จูมงได้ขอให้มูชงและโมพัลโมช่วยดูแล ยูฮวาแทนตน และระหว่างที่เขาไม่อยู่ ให้โมพัลโมคิดค้นหาวิธีทำดาบให้สำเร็จด้วย โมพัลโมบอกว่าทำได้แล้วหนึ่งเล่ม แต่เป็นความสำเร็จจากการลองผิดลองถูก จึงยังหาวิธีทำเล่มต่อไปไม่ได้
     ยอมีฮึลไปขอเข้าพบยูฮวาที่ตำหนัก แต่นางสนมไม่ยอมให้เข้าไป เพราะพระราชากึมวาประทับอยู่ที่นั่นแต่ยอมีอึลก็ดึงดันจะเข้าไปให้ได้ ยอมีอึลทูลกับพระราชาว่าคนทำธนูศักดิ์สิทธิ์หักนั้น เป็นหนึ่งในลูกชายของพระราชากึมวา ทำเอายูฮวาถึงกับตกใจ รับบอกว่าจูมงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเพราะเขาไปไม่ถึงที่นั่นด้วยซ้ำ แต่ยอมีอึลไม่ได้ฟังสิ่งที่ยูฮวาพยายามแก้ตัว กลับบอกไปว่าในเมื่อธนูศักดิ์สิทธิ์หักไปนั้นจะทำให้พูยอต้องคำสาปและเกิดอาเพศ แต่พระราชาถึมวาไม่ทรงสนใจและบอกว่าคนปกครองประเทศ ลิขิตความเป็นไปคือพระองค์ ไม่ใช่ยอมีอึล พระราชาพูดด้วยความโกรธแค้ยอมียึงที่ปิดบังเรื่องกักขังแฮโมซูไว้ถึง 20 ปี โซซอโนกับจูมงร่วมกันเดินทางไปเมืองโกซาน และระหว่างทางนางพยายามใกล้ชิดกับจูมงในฐานะคนพิเศษ แต่จูมงกลับปฏิเสธ เพราะถือว่าเขาเป็นแค่คนงานของนางเหมือนคนอื่นๆเกท่านั้น ตกดึก โซซอโนนอนไม่หลับ จึงออกมานั่งคุยกับจูมงเรื่องที่นางกลัวว่าจะทำให้ยอทาบอลผิดหวังกับการทำงานครั้งนี้ จูมงปลอบนางว่าเรื่องนี้จะต้องสำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความสามารถและความแข็มแข็งของโซซอโน ซึ่งมีมากยิ่งกว่าผู้ชายเสียอีก ทำให้โซซอโนรู้สึกอุ่นใจและสบายใจขึ้นได้ ทางฝ่ายพระชายาวอนก็ทรงกลุ้มใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพระราชากึมวากับยูฮวา จึงขอให้เทโซช่วยเหลือ แต่โทโซกลับบอกว่าไม่นานเมื่อเขาได้เป็นกษัตริย์ พวกนางสนมทั้งหลายก็จะถูกขับไล่ออกจากวังทั้งหมด
     จูมงเดินทางไปเมืองโกซานกับโซซอโน แต่ถูกคนร้ายบุกจู่โจม แต่จูมงจัดการได้ไม่หมด ทำให้บางคนหนีไปได้ แต่เมื่องซายยองเปิดผ้าคลุมพวกคนที่ตายดู พบว่าเป็นพวกที่เคยพยายามจะโกงโซซอโนเมื่อครั้งทำการค้าครั้งแรก โซซอโนคิดว่าการกระทำครั้งนี้ไม่ชอบมาพากลนัก หยางจองเดินทางมาเข้าเฝ้าพระราชากึมวา เสนอว่าให้เมืองพูยอส่งทหาร 10000 คน ไปช่วยยอนโท การข่มขู่นี้ทำให้ยอนโบรู้สึกเคียดแค้นหยางจองมาก เขาจึงไปบอกเทโซและมารดาว่าเขาต้องการฆ่าหยางจอง แต่เทโซกลับหัวเราะใส่ บอกว่าถ้ายอนโบทำอย่างนั้น เท่ากับทำให้พูยอพินาศ หยางจองได้ขอพบเทโซเพื่อปรึกษาเรื่องนี้ เทโซรับปากว่าจะทำให้พระราชากึมวายอมส่งทหารไปช่วย จากนั้นเขาก็ไปกล่อมพระราชาว่าได้เวลาแล้วที่จะต่อกรกับพวกฮั่น เพื่อพิสูจน์ให้พวกนั้นรู้ว่าทหารพูยอมีความเก่งกาจแค่ไหน โซโนโนแวะพักการเดินทางในเมืองแห่งหนึ่ง ขณะกำลังนอนอยู่นั้น ได้มีคนร้ายบุกเข้ามาสังหาร แต่จูมงเข้ามาช่วยนางไว้ ทำให้คณะเดินทางของโซซอโน เกิดความลังเลที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองโกซานและเป็นการเสี่ยงอย่างมากในการเดินทางครั้งนี้เพราะพวกโจรป่าเหล่านี้เคยเป็นทหารฝีมือดี แต่เคยมีปัญหาในการทำการค้ากับโซซอโน ทำให้หัวหน้าโจรป่าโดนปลดจากตำแหน่งนายทหารและแค้ใจโซซอโนเป็นอย่างมากที่ทำให้เขาสูญเสียทุกอย่าง จนต้องกลายมาเป็นโจร จูมงขอเวลาโซซอโน 2 วันเพื่อที่จะหาวิธีที่จะเดินทางต่อไปยังเหมือนโกซาน จูมงและเพื่อนๆ ทั้ง 3 สืบจนรู้เส้นทางที่โจรป่ามักจะใช้บริเวณไหนในการจู่โจมคณะขนสินค้า แต่จูมงยังหาทางที่จะเลี่ยงบริเวรนั้นไม่ได้ จึงวางแผนที่จะบุกไปค่ายโจร หวังสังหารหัวหน้าโจรป่า จูมงและเพื่อนๆทำที่เป็นขนสินค้า เมื่อถึงบริเวรนั้น พวกโจรป่าก็ออกมาพร้อมกับจับตัวจูมงและเพื่อนๆ ไปขังไว้ที่ค่ายเพื่อรอขายเป็นทาส พวกโตชิมาที่ค่ายโจรเพื่อทำการซื้อขายทาส แต่ไปพบจุมงและเพื่อนถูกขังอยู่ในคุก จึงบอกแบปังว่าเขาเป็นองค์ชายแห่งพูยอและให้รีบฆ่าจูมงเสีย
คืนนั้นจูมงวางแผนแคกคุกเพื่อจะลอบฆ่าหัวหน้าโจร ต่อแบปังไหวตัวซะก่อน แผนจึงล่มเหลว แบปังสั่งให้ลูกน้องพยายามจับตัวโซซอโนมาให้ได้เพื่อล้างแค้ที่โซซอโนทำไว้กับตน โซซอโนเห็นว่าจูมงหายไปครบ 2 วันแล้วยังไม่กลับมา จึงให้คนไปสืบจนรู้ว่าจูมงถูกพวกโจรป่าจับไป ทำให้โซซอโนเป็นห่วงจูมงมาก โซซอโนตัดสินใจไปเจรจาต่อรองที่ค่ายโจรป่าด้วยตัวของนางเอง โดยไม่ฟังคำคัดค้างของพวกคณะที่เดินทางมาด้วย โซซอโนเดินทางไปที่ค่ายแพมานเพื่อเจรจาให้ปล่อยตัวจูมงที่ถูกจับไป แต่กลับกลายเป็นว่านางถูกจับตัวไปด้วยเพื่อรอหัวหน้าโจรป่ามาตัดสิน โซซอโนถูกจับ ทำให้จูมงเสียใจมาก แต่โซซอโนบอกว่าไม่มีอะไรต้องเสียใจเพราะนางเข้ามาที่นี่เพื่อมาต่อรอง แม้ว่าจะอันตรายเสี่ยงตายแค่ไหน แต่นางเชื่อมั่นว่าโชคชะตาของนางอยู่ในกำมือของจูมง เพระฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหรือตาย นางจะไม่มีวันถอยเด็ดขาย
     เมื่อหัวหน้าโจรป่ากลับมา จึงให้โซซอโนเข้าพบ พอโซซอโนเดินออกจากห้องขังจูมงได้ตะโกนกับโซซอโนว่า ชีวิตของข้าก็ขอฝากไว้กับคุณหนูเช่นกัน โซซอโนเจรจากับหัวหน้าโจรป่าว่าการที่ไปเมืองโกซานครั้งนี้ถ้าสามารถค้นพบแหล่งเกลือ โซซอโนจะคืนทุกอย่างที่หัวหน้าโจรป่าสูญเสียงให้หมด หัวหน้าโจรป่าเมื่อเห็นว่าจูมงเป็นองค์ชายแห่งพูยอจริง จึงเชื่อโซซอโน ยอมปล่อยตัวจูมงและเพื่อน พวกโจรป่าก็เดินทางเป็นผู้คุ้มกันให้กับคณะสินค้าของโซซอโนไปยังเมืองโกซานด้วย
     โมพัลโมดื่มเหล้าเมาอยู่กับมูชงและด้วยฤทธิ์เหล้าทำให้เขาพูดไปว่า จูมงจะได้เป็นรัชทายามและจะได้เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป ยอนโบมาได้ยินพอดี ทำให้เขาโกรธมาก แต่มูชงได้ขอร้องไว้ว่าอย่างถือโทษคนเมา ยอนโบจึงไม่เอาโทษ
     วันต่อมาพระราชากึมวาปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงกับหยางจองว่าจะไม่ส่งทหารไปช่วยฮั่น หยางจองโกรธมากประกาศตัดขาดความสัมพันธ์กันทันที โตชิได้ข่างจากลูกน้องเห็นว่าจูมงถูกแบปังจับตัวไปและได้บวกได้แบฟังฆ่าจูมง โตชิจึงนำเรื่องไปบอกยอนโบว่าจูมงได้ถูกพวกโจรป่าฆ่าตายแล้ว ยอนโบนำความกลับไปบอกเทโซ นึกไม่ถึงว่าเทโซกลับบอกยอนโบว่าไม่ควรเชื่อถ้าไม่เห็นกับตาตัวเอง เทโซนึกเป็นห่วงโซซอโนจึงไปทายอนทาบอลเรื่องว่าโซซอโนอาจมีอัตราย เขาอยากจะไปช่วยแต่ติดที่กำลังเตรียมทำสงคราม ยอบทาบอลบอกกลับองค์ชายเทโซว่า เขาเชื่อว่าโซซอโนจะปลอดภัยในที่สุด พูยองไปหายูฮวาเพื่อบอกนางว่าที่แอบได้ยินพวกโตชิพูดคุยกันเรื่องจูมงถูกโจรป่าจับตัวไป ยูฮวาเป็นห่างจูมงมาก ตัดสินใจนำความไปบอกยอนทาบอล ยอนทาบอลเมื่อรู้ถึงสถาการณ์ของโซซอโนว่าตกอยู่ในอัตราย จึงให้อูเทรับนำคนไปสืบเรื่องและช่วยโซซอโน อูเทเดินไปและกับมาบอกกลับยอนทาโบลว่าโซซอโนปลอดภัยดี และกำลังเดินทางต่อไปยังเมืองโกซาน
     ชาวเมืองพูยอต่างหาหนทางเพื่อให้ได้เกลือมาครอบครอง ด้วยเหตุนี้จึงมีเรื่องทะเลาะวิวาทไม่เว้นวัน ทำให้พระราชากึมวาทรงกลัดกลุ้มพระทัยยิ่งนัก จูมงและโซซอโนเดินทางไปถึงเมืองโกซานแต่ต้องแปลกใจเมื่องเห็นสภาพบ้านเมือกันดานมาก เมื่อสอบถามพวกบ้านดูก็ไม่มีใครตอบ ทำให้ทุกคนต่างวิตกว่าที่เมืองนี้จะมีภูเขาเกลือจริงๆ หรือไม่ แต่จูมงเชื่อมั่นว่าต่อมีภูเขาเกลือที่ว่า เพราะก่อนออกเดินทางจูมงได้สอบถามคนที่เคยอยู่ที่เมืองนี้บอกว่าที่นี่มีภูเขาเกลือจริงๆ
     ระหว่างที่ทุกคนกำลังวิตกเรื่องภุเขาเกลือกันอยู่ ก็มีชายแก่คนหนึ่งเดินทางบอกว่าที่เมืองนี้มีภูเขาเกลือที่ว่าจริงๆ แต่ภูเขานั้นมีธิดาเทพให้ทหารเฝ้าอยู่ และบอกว่าภูเขานั้นเป็นที่ศักดิ์สิทธิ์ห้ามใครขึ้นไปที่นั่น คืนนั้น จูมง โซซอโน และเพื่อนๆ ให้ชายแก่นำทางและลอบเข้าไปยังเขา และได้พบเกลือที่ว่ามีอยู่จริงๆ ชายแก่ที่นำไปถูกทหารฆ่าตาย จูมง โซซอโน และเพื่อนๆ ถูกทหารจับไปขัง ธิดาเทพที่ดูแลภูเขาแห่งนี้ได้ให้โซซอโนซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเดินทางมาพบ เพื่อสอบถามว่ามาที่นี่มีวัตถุประสงค์อะไร โซซอโนตอบไปว่านางต้องการทำการค้าขายเกลือทำชายเมือโกซาน แต่ธิดาเทพปฏิเสธโดยอาจว่าที่นี่เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาจะมาลบหลู่ไม่ได้ โซซอโนถามกลับไปว่าท่านเป็นธิดาเทพ ทำไมถึงได้ปล่อยให้ชาวเมืองต้องอดอยากอย่างนี้ นางทำการค้ากับบิดาตั้งแต่เด็กผ่านพบเห็นชาวเมืองมามากมาย แต่ไม่เคยชาวเมืองที่ไหนทุกข์กันดานเท่ากับเมืองโกซาน ธิดาเทพจำนงต่อคำพูดของโซซอโน จึงบอกความจริงว่า ซึ่งที่นางทำก็เพื่อปกป้องแหล่งเกลือแห่งนี้ให้กับเผ่าฮาแบ โซซอโนถามว่าชาวเผ่าฮาแบได้ถูกพวกฮั่นล่มล้างไปแล้วไม่ใช่หรือ ธิดาเทพตอบว่าข้อนั้นนางรู้ดี แต่ชนเผ่าฮาแบเคอยช่วยเหลือพวกนาง ฉะนั้นนางจึงรอว่าซักวันนางจะได้พบคนของเผ่าฮาแบ โซซอโนนึกถึงคำพูดของจูมงได้ว่าตอนที่จูมงจะพาโซซอโนมาที่นี่ จูมงได้รู้เรื่องนี้จากยูฮวาซึ่งเป็นลูกสาวของธิดาชนเผ่าฮาแบ ธิดาเทพให้นำตัวจูมงมาพบ เมื่อธิเทพเห็นจูมงจึงก้มลงคำนับ
พระราชากึมวากำลังปรึกษาหาหรือกับเหล่าขุนทางเรื่องการเตรียมพร้อมที่ออกออกรบกับหยางจอง แต่จูมงและโซซอโนเข้าเฝ้าพระราชากึมวา จูมงกราบทูลด้วยความเชื่อมั่นว่าตนค้นพบแหล่งเหลือซึ่งชาวพูยอสามารถใช้ไปได้จนชั่วลูกชั่วหลาน ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องเปิดศึกสงครามกับหยางจอกอีกด้วย คำพูดของจูมงทำให้พระราชาสบายพระทัยขึ้นมาและประทานงานเลี้ยงให้จูมงและโซซอโน ในคืนงานเลี้ยงเทโซหาโอกาสพบโซซอโนสองต่อสองเพื่อบอกกับนางว่าเขาสนใจนางและต้องการให้นางมาเป็นพระชายาของเขา แต่โซซอโนก็ไม่ได้ให้คำตอบใดๆ กับองค์ชายเทโซ เทโซและยอนดโบ มองจูมงด้วยความเครีดแค้น จูมงพาโซซอโนไปพบยูฮวา บอกยูฮวาว่าที่เประสบความสำเร็จเพราะความช่วยเหลือของโซซอโน ยูฮวาซาบซึ้งนำใจโซซอโนยิ่งนัก ยูฮวาบอกจูมงว่าโชคชะตาของจูมงกับโซซอโนต้องกัน เพราะนางช่วยจูมงมาถึงสองครั้งสองคราแล้วยูฮวาถามถึงแหวนที่นางให้ไว้ และบอกว่าจูมงควรตัดสินใจได้แล้วว่าจะแหวนวงนี้ให้ใคร
     เทโซหวนนึกถึงคำพูดของโออีที่ว่าจูมงกำลังคิดค้นอาวุธที่มีความแข็งแกร่งขึ้นมา เรื่องนี้สาร้างความกลุ้มใจให้เทโซมาก ยอนโบไปหาโตชิด้วยความโกรธที่บอกว่าจูมงได้ตายไปแล้ว ยอนโบบอกว่าเขาจะยกเลิกการค้าของพวกโตชิทั้งหมด พระราชาตั้งแต่งให้จูมงเป็นฑูลเพื่อนำสารของพระราชากึมวาไปให้ หยางจองในฐานะตัวแทนพระราชาโดยมีอำนาจในการเจรจาเหมือนเป็นตัวแทนของพระองค์ หลังจากจูมงเดินทางกลับมายังแคว้นพูยอแล้ว จูมงก็นำความกลับมาทูลว่าได้บอกหยางจองถึงพระประสงค์ของพระองค์ว่า ถ้าราชสำนักจีนเข้ามาก้าวก่ายการบริหารบ้านเมืองของแคว้นพูยออีก พูยอจำเป็นต้องเปิดศึกด้วย พวกเหล่าขุนนางพากันตกตะลึงกับคำพูดของจูมง มีเพียงพระราชากึมวาเท่านั้นที่ทรงชื่อชน
     ยอนทาบอลเข้าเฝ้าพระราชากึมวาเพื่อเจรจาต่อรองธุรกิจ โดยที่ยอนทาบอลจะนำเหลือในคลัง 2000 กระสอบมาให้แก่ทางการ แต่พระองค์ต้องให้ยอนทาบอลมีโรงงานทำอาวุธเป็นของตัวเอง โดยขอยืมตัวโมพัลโมมาช่วย พระราชาทรงตอบตกลง
     ยอมีฮึลยังไม่ละความพยายามที่จะช่วยเหลือบ้านเมือง ทั้งๆ ที่พระราชากึมวาไม่เชื่อถือนางอีกต่อไปแล้ว ยอมีอึลจึงไปขอให้ยูฮวาช่วย แต่ยูฮวาก็ปฏิเสธ เทโซบอกกับมารดาว่าจะไปพบหยางจองตามคำสัญญาว่าจะช่วยเหลือให้เขาได้เป็นรัชทายาท เพราะตั้งแต่ปฏิเสธการช่วยเหลือของพระราชากึมวา ทำให้หยางจองโกรธมาก เขาจะใช้โอกาสนี้ทำให้แผนสำเร็จ ซึ่งพระชายาวอนก็เห็นด้วย แต่เตือนเทโซให้ระรังตัวไว้ และต้องเก็บเรื่องเดินทางไปหาหยางจองไว้เป็นความลับ เทโซบอกพูดึ๊กบูลว่าจูมงกำลังหาวิธีทำดาบที่แข็งแกร่งอยู่ ซึ่งถ้าจูมงทำสำเร็จมันจะเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าตอนที่จูมงไปเจอภูเขาเกลือที่เมืองโกซาน ส่วนจูมงเพื่อกลับไปที่บ้านของยอนทาบอล ยอนทาบอลก็ออกความเห็นว่าเรื่องบาดหมางระหว่างพูยอกับฮั่นเกรงว่าจะไม่จบง่ายๆ เพราะยังไงจีนก็ต้องการทรัพยากรของพูยอ จูมงไม่ได้ตอบอะไร เพียงแต่ออกไปพบกับโตชิแทนจูมงถามโตชิเรื่องที่ขายพูยองไปให้พวกฮั่น แต่โตชิอ้างว่าเขารอจูมงนานแล้วก็ไม่ยอมมาไถ่ตัว แถมยังมีคนต้องการทาสรับใช้มากมาย เขาจึงต้องขายพูยองไปก่อน ทำให้จูมงโกรธมาก ซึ่งแท้จริงแล้วโตชิไม่ได้ ขายพูยองให้ชาวจีน แต่ขังพูยองไว้ในบ้านหลังนั้นนั่นเอง อยู่ดีๆ เทโซก็ไปหายอนทาบอลเข้าไปบอกยอนทาบอลว่าเขาสนใจโซซอโน แม้ว่าจะไม่ได้บอกพระราชากึมวาหรือพระซายาวอนก็ตาม เขาสัญญาว่าจะจัดงานแต่งงานให้อย่างสมเกียรติ และถ้ายอนทาบอลเห็นด้วย เขาก็จะบอกให้พระราชากึมวาและพระชายามาสู่ขอให้เรียบร้อย
     ยอนทาบอลรู้สึกประหลาดใจมาก ได้แต่มองดูลูกสาวที่นั่งสับสนกังวลใจ โซซอโนเล่าเรื่องเทโซมาสู่ขอนางให้จูมงฟัง และบอกว่านางไม่ได้รักเทโซ จูมงจึงเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่อาจารย์ของเขาเสียใจที่สุดคือ ไม่สามารถปกป้องนางอันเป็นที่รักได้ แต่จูมงสัญญากับโซซอโนว่าจะไม่มีวันทำเช่นนั้นกับคนที่เขารักอย่างเด็ดขาด ในที่สุดจูมงก็รู้ว่าพูยอไม่ได้ถูกขายไปไหน เขาจึงเขาไปช่วยพูยองออกมาได้ และบอกกับโออีว่าเขารักษาสัญญาที่ให้ไว้ได้แล้ว โออีรู้สึกเสียใจมากที่คิดหักหลังจูมง เรื่องที่ไปบอกยอนโบว่าจูมงและโมพัลโมวางแผนจะทำอะไรกันอยู่ มารีกับซาโพกล่าวตำนิว่าโออีทำไม่ถูกต้อง แต่จูมงกลับเป็นคนที่คุกเข่าขอโทษเป็นเขาเองที่ไม่ได้ทำอะไรเลย ในขณะที่โออีลำบากมามาก เขาไม่ดีพอที่จะเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับสหายทั้งสาม ทั้งสามรู้สึกซาบซึ้งใจในตัวจูมงมาก จึงคุกเข่าลงตรงหน้าจูมงและเรียกเขาว่า องค์ชาย
     แต่ถึงกระนั้น โออีก็ไปบอกให้ยอนโบรู้ว่า ตอนนี้จูมงค้นพบสูตรลับในการทำดาบได้แล้ว และรีบมาบอกจูมงซึ่งแอบดูอยู่ห่างๆ ตามแผนที่จูมงวางไว้และเชื่อว่ายอนโบต้องเชื่อคำพูดเขาแน่ๆ ยอนโบและเทโซรูสึกกังวลใจเพราะกลัวว่าจูมงจะได้รับเลือกเป็นองค์รัชทายาท เพราะหลังจากที่เขาค้นหาแหล่งเกลือได้สำเร็จ และยังคิดค้นหาสูตรลับทำดาบได้จริง ก็ยิ่งทำให้เขามีคะแนนนำสององค์ชายมากขึ้นไปอีก ยิ่งทำให้พระชายาและลูกๆ
     พากันวิตกกังวล พระราชากึมวาพอพระทัยมากที่จูมงทำงานกับยอนทาบอลจนประสบความสำเร็จหลายเรื่อง พระชายาเห็นว่าพระราชาชื่อชมจูมงมากก็ไม่สบายใจ จึงแนะนำว่าพระองค์ควรออกไปล่าสัตว์กับเหล่าองค์ชาย เพื่อทดสอบความสามารถ ซึ่งพระราชาก็เห็นด้วย จึงคิดให้มีการประลองกันขึ้น ยอนโบเมื่อรู้เรื่องการประลองจึงเร่งฝึกซ้อมกับนาโร แต่เมื่อเทโซมาก็ขอลองมือกับยอนโบและนาโรด้วยให้ทั้งคู่ต่อสู้กับเขาพร้อมๆ กัน ผลการต่อสู้เทโซเป็นฝ่ายชนะทั้งสอง และเทโซได้พูดกับยอนโบว่าไม่ควรประมาทในการต่อสู้กับจูมง แต่ยอนโบยังคงเชื่อมั่นตัวเขาเองจะชนะจูมงได้อย่างง่ายดาย การต่อสู้ของคนทั้งสามอยู่ในสายตาของพูดึ๊กบูลตลอด ยิ่งพูดึ๊กบูลพูดจาป้อยอว่าเทโซเก่งกว่าพระราชากึมวาตอนหนุ่มๆ เสียอีก เทโซยิ่งฮึกเหิม
     ในการประลองครั้งนี้เทโซสงจดหมายเชิญให้พวกของยอนทาบอลและโซซอโนมาดูการประลองของเขาด้วย เมื่อถึงวันแข่งขันเริ่มต้นด้วยการยิงธนู เทโซยิ่งเขาเป้าไป 4 ดอก ส่วนยอนโบยิ่งได้ 3 ดอก เมื่อถึงจูมงเขาทำความประหยาดใจในกับทุกคน ด้วยการปิดตายิงธนู และสามารถยิงเขาเป้าทั้งหมดได้อย่างรวดเร็ว ทุกคนมองจูมงอย่างประหลาดใจ พระราชาเห็นแล้วนึกถึงแฮโมซูขึ้นมาทันที การแข่งขันต่อมาคือการต่อสู้ จูมงล้มยอนโบได้ในพริบตา แต่พอถึงจูมงสู้กับเทโซด้วยดาบ ทั้งสองฝีมือสูสีกันมาก แต่จู่ๆ พระราชาก็สั่งให้หยุการต่อสู้ ทำให้พระชายาไม่พอใจเพราะนึกไม่ถึงว่าการจัดประลองในครั้งนี้พระองค์ต้องการให้จูมงแสดงฝีมือให้คนอื่นๆ ให้เห็นและยอมรับในตัวจูมง
     พูยองถูกโตชิและพวกลักพาตัวไปขังไว้ โดยบอกกับนางว่ายอนโบเป็นคนออกคำสั่ง ทำให้นางโกรธมากขู่ว่าจะฆ่าตัวตายที่พระราชาวัง มีบุคลลึกลับสวมหน้ากากลอบเข้ามาในตำหนัก และยอมีอึลได้หายตัวไป สร้างความตกใจให้กับทุกคนมาก พระราชากึมวาทรงโกรธมาก โซซอโนกังวลใจกับเรื่องนี้มากปรึกษากับจูมงว่าการหายตัวไปของยอมีอึลอาจสร้างผลกระทบต่อการคัดเลือกองค์รัชทายาท แต่จูมงมิได้นอนใจ เขาดีใจที่โซซอโนเป็นห่วงและอยู่ข้างเขาตลอดเวลา
     จูมงเริ่มกังวัลเรื่องพูยอง และมั่นใจว่าต้องเป็นคำสั่งของยอนโบอย่างแน่นอน จูมงแอบเห็นคนของตำหนักเทพมาส่งจดหมายให้ซายอง และซายยองเอาไปให้ยอนทาบอล คืนนั้นยอนทาบอลและซายองจึงออกจากค่ายพัก จูมงรีบตามไป บอกว่าเขาจำนางคนนั้นได้ ยอนทาบอลเห็นเขารู้เรื่องการส่งจดหมาย จึงพาออกจากค่ายไปด้วย ทั้งหมดได้ข่าวยอมีอึลจึงออกไปพบ แต่ก่อนไปถึง พวกนาโรมาเจอกลุ่มโจรปิดหน้าที่จะมาฆ่ายอมีอึลเสียก่อน จึงเกิดการต่อสู้กัน ยอมทาบอลมาถึงจึงให้อูเทและจูมงเข้าช่วยเหลือนางไว้ได้ ยอนโบร้อนใจเมื่อรู้วายอนทาบอลและจูมงไปช่วยยอมีอึลเอาไว้ จึงปรึกษาพระชายาและเทโซ แต่ยอนโบก็ถูกเทโซตำนิอย่างรุนแรงว่าเจ้าทำอะไรโง่ๆ ออกไป ถึงแม้ว่าพระราชากึมวาจะทรงเห็นด้วยกับการเปลี่ยนตัวธิดาเทพคนใหม่ แต่เจ้าก็ไม่ควรทำอะไรโดยไม่ปรึกษาเขาก่อนยอนโบร้อนใจมากกับเรื่องนี้ จึงไปพบโตซิเพื่อขอความช่วยเหลือ โตชิบอกว่าเขามีพูยองเอาไว้ต่อรองแล้ว แต่เมื่อทั้งคู่ไปหาพูยองที่คุมขังกลับเห็นพูยองกำลังจะฆ่าตัวตาย จึงรีบพาไปรักษาตัวโดยด่วน

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 16

     ยอมีอึลเล่าความจริงให้จูมงรู้ว่าพระราชากึมวาไม่ได้เป็นพ่อที่แท้จริงของเขา แต่เป็นแฮโมซู ยอมีอึลบอกต่อว่าเป็นเพราะนางและพูดึ๊กบูลเข้าใจว่าแฮโมซูเป็นปรปักษ์กับเมืองพูยอ จึงได้จับไปขังไว้ในถ้ำนานถึง 20 ปี ยอมีอึลกล่าวว่า การพบกันระหว่างจูมงกับแฮโมชูไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะสวรรค์บัญชามา แล้วนางก็คุกเข่าต่อหน้าจูมงเพื่อขอโทษ จูมงได้รับรู้ความจริงทั้งหมด เขาได้แต่ตกใจ พูดอะไรไม่ออก
     จูมงไปหายูฮวา ถามความจริงเรื่องนี้ แต่นางก็ไม่ได้เล่าความจริงให้เขาฟัง จูมงไปเข้าเฝ้าพระราชาพระองค์ดื่มฉลองให้จูมงและทรงชื่นชมว่าจูมงทำได้ดีมากในการต่อสู้ จูมงตอบพระราชากึมวาไปว่าชื่อของเขาที่แม่ตั้งให้เป็นเพราะบิดาของเขาเก่งในด้านการยิงธนู แต่ก็นึกถึงคำพูดของยอมีอึลที่นางขอร้องว่าอย่าโกรธพระองค์ที่ไม่ลงโทษเทโซและยอนโบโทษฐานที่พวกเขาฆ่าแฮโมซู
     จูมงกลับไปบ้านของยอนทาบอลและได้รับข้อความจากโตชิว่าได้จับตัวพูยองเอาไว้ และเมื่อจูมงไปพบโตชิกับยอนโบก็ได้รู้เงื่อนไขที่ยอนโบต้องการคือให้จูมงถอนตัวออกจากการรับคัดเลือกเป็นรัชทายาท เพื่อที่พวกเขาจะปล่อยตัวพูยองคืนให้ แต่โออี มารี และซาโพไม่เห็นด้วย และพูยองก็คงไม่เห็นด้วยเช่นกัน
     วันต่อมา จูมงไปบอกพระราชากึมวาเพื่อถอนตัวในการแข่งขัน เขาอ้างว่าตำแหน่งนี้ควรเป็นขององค์ชายคนโตมากกว่า พระราชาถามว่าเป็นเพราะเทโซหรือยอนโบข่มขู่หรือไม่ จูมงตอบว่าไม่มีเหตุผลอื่นใดแล้ว ทำให้พระราชาทรงผิดหวังตัวจูมงมาก จูมงบอกยูฮวาว่าเขารู้แล้วว่าแฮโมซูเป็นพ่อ ทำให้ยูฮวาเสียใจจนร้องไห้คร่ำครวญ จูมงร้องให้ตามและกล่าวโทษตัวเองที่ไม่เคยรู้เลยว่าบิดาต้องถูกจองจำมาตลอด ทั้งๆ ที่เขาเติบโตมาอย่างสุขสบาย จูมงจำเป็นจะต้องออกจากเมืองพูยอ และก่อนไป เขาได้มอบแหวนให้แก่โซซอโน บอกกับนางว่า แม้เขาจะต้องออกจากเมืองพูยอไป แต่เขาขอทิ้งหัวใจไว้ที่โซซอโน คำพูดนั้นทำให้โซซอโนยอมรับแหวนจากจูมงไปแต่โดยดี
     พระราชากึมวาทรงพระสุบินเห็นแฮโมซูถูกหน่วยอาชาเหล็กตามล่า แฮโมซูถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส เมื่อสะดุ้งตื่นขึ้นมา พระองค์จึงเสด็จไปหายูฮวากลางดึก นางตกใจมากเมื่อเห็นพระราชาเสด็จมา พระราชาฃักถามยูฮวาว่าจูมงเลิกล้มความคิดที่จะแก่งแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาทใช่หรือไม่ว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับแฮโมซู ยูฮวาทำอะไรไม่ถูก นางไม่รู้จะทูลตอบอย่างไร พูตึ๊กบูลและเหล่าขุนนางเห็นว่าการที่จูมงเลิกล้มความคิดที่จะแก่งแย่งตำแหน่งองค์รัชทายาท การชิงตำแหน่งองค์รัชทายาทขององค์ชายทั้งสองก็ไม่มีความหมาย สมควรสถาปนาเทโซขึ้นเป็นองค์รัชทายาท แต่พระราชายังไม่ยอมแต่งตั้ง เทโซกลัดกลุ้มใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่ยอนโบกลับสบายใจ ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม
     จูมงได้มาพบกับยอนทาบอลเพื่อจะสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมาของแฮโมชู ยอนทาบอลย้อนความหลังให้ฟังว่าแฮโมชูเคยช่วยชีวิตพวกเขาเอาไว้ ขณะที่ฮูหยินของเขากำลังคลอดโซซอโน พวกเขาจึงเป็นหนี้บุญคุณแฮโมซู
พูยองเมื่อได้รับการปล่อยตัวจากพวกโตซิ ก็เดินทางมาหาจูมงเพื่อซักถามและขออภัยที่นางเป็นต้นเหตุที่ให้จูมงต้องถอนตัวการเป็นรัชทายาท
     โออี ขอพูยองแต่งงาน แต่นางไม่ให้คำตอบใดๆ และในวันต่อมานางก็พาน้องๆ เดินทางออกจากเมืองพูยอ โดยเขียนจดหมายร่ำลาจูมง โออีเมื่อรู้ว่าพูยอเดินทางออกจากเมืองพูยอ ก็รีบวิ่งไปตามหานางไปทั่วเมืองแต่ก็ไม่พบนาง
     เทโซยังไม่สิ้นความพยายามที่จะเกลี้ยกล่อมให้โซซอโนมารักตน เทโซบอกกับโซซอโนว่าถ้าเขาได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์องค์ต่อไป จึงอยากให้โซซอโนมาเป็นพระชายอของตน ขอให้นางคิดถึงอนาคตให้ดีๆ และเขาก็พยายามทำทุกวิถีทางเพื่อทำให้นางมารักเขาให้ได้

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 17

     พูตึ๊กบูลเกรงว่าเมืองยอนโทอาจจะเข้ามาบุกพูยอ พระราชากึมวาจึงเร่งให้โรงเหล็กผลิตอาวุธ เทโซออกอุบายว่าจะเดินทางไปเมืองยอนโท ซึ่งยอนโบก็เห็นด้วยเช่นกัน ยอนทาบอลคิดว่าจะไปยอนโทด้วย โดยนำโซซอโน อูเท ยีพิลและซายยองไปด้วย เมื่อพวกของยอนทาบอลไปถึงเมืองยอนโท ก็ขอเข้าพบหยางจองทันที แต่ถูกเทโซตัดหน้าไปก่อน เพื่อทวงสัญญาที่บอกว่าจะช่วยเขาให้เป็นรัชทายาท เขาจะแต่งงานกับหยางซูลาน ลูกสาวหยางจองทันที
     หน่วยอาชาเหล็กแห่งราชาสำนักจีนกวาดต้อนชาวโซซอนไป จูมง โออี มารี และซาโพ พากันขันไล่กองกำลังอาชาเหล็กไป และช่วยชาวโซซอนไว้ได้ ผู้ประครองเขตยอนโทโกรธมากเมื่อรู้ว่าหน่วยอาชาเหล็กเสียชีวิตแล้ว หยางจองมีคำสั่งให้ตระเตรียมกองทัพ จับกุมตัวคนร้ายให้ได้ หยางจองรับปากเทโซว่าจะนำช่างอาวุธไปที่พูยอเพื่อถ่ายทอดวิชาให้
     ซูยองและพิลีเหอไปหายูฮวา นางบอกว่าจูมงไปจากพูยอแล้ว ยูฮวาตกใจมาก พิลีเหอบอกว่าถ้าหากจูมงไม่ไปจากพูยอ บางทีจูมงอาจมีภัยถึงชีวิตก็เป็นได้ เทโซและนาโรทดสอบกระบี่ที่ช่างจีนทำขึ้นมา และทดสอบกับกระบี่ที่เป็นของเดิม กระบี่ของพูยอหักเป็นสองท่อน พระราชากึมวาพอใจการทดสอบในครั้งนี้ จึงได้ประทานงานเลี้ยงและตบรางวัลให้กับช่างจีนเป็นผ้าไหมจำนวนหนึ่ง ยอนโบแสดงความริษยาต่อเทโซออกมากอย่างชัดเจน ยอนทาบอลออกไปทำธุระ
     ยอนโบจึงสั่งทหารตรวจค้นที่พักยอนทาบอล และนำจดหมายกับบันทึกไป เมื่อโซซอโนรู้จึงไปถามเทโซว่าทำไมให้คนไปค้นบ้านของนาง เทโซตกใจ จึงไปถามความจริงจากยอนโบ จากนั้นจึงมาบอกให้โซซอโนรู้ว่าเป็นการกระทำของยอนโบ และเข้าจะจัดการกับเรื่องนี้เอง
จูมง โออี มารี และซาโพเดินทางกลับพูยอ จูมงเข้าไปหายูฮวา และเข้าเฝ้าพระราชากึมวา พระราชากึมวา ทรงนึกถึงแฮโมชูขึ้นมา จึงเล่าเหตุการณ์ในอดีตให้ฟัง จูงรับฟังเรื่องราวต่างๆ ด้วยความตั้งใจ และซาบซึ้งใจที่พระราชาทรงชุบเลี้ยงตนมาจนเติบใหญ่ แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สามารถให้อภัยเทโซและยอนโบที่ฆ่าแฮโมชูเป็นอันขาด
     โตชิได้ข่าวไปบอกยอนโบว่าพวกของยอนทาบอลได้ให้การช่วยเหลือเทโซ เพื่อให้เทโซเป็นองค์รัชทายาท ยอนโบจึงคิดแผนเป่าหูพระราชากึมวาว่ายอนทาบอลคิดไม่ซื่อ เมื่อพระราชารู้เรื่องนี้ก็เชื่อและโกรธมาก ยอนโบรีบทูลขออนุญาตเพื่อไปเมืองยอนโทบ้าง จูมงเห็นยอนทาบอลและโซซอโนที่เมืองยอนโท ตกกลางคืน จูมงจึงลอบเข้าไปหาโซซอโน นางได้บอกเรื่องที่โทโซมาที่ยอนโทว่าเหมือนมีข้อและเปลี่ยนอะไรกับหยางจอง ไม่นานเทโซก็กลับไปยังเมืองพูยอ พร้อมด้วยช่างตีเหล็กที่มีความชำนาญ ด้วยเทโซโกหกว่าคนพวกนี้เป็นพวกทาสแรงงานของราชสำนักจีนที่หนีออกมาได้ ทำให้พระราชากึมวาทรงเชื่อ เทโซได้พาคนเหล่านั้นไปหาโมพลโม เมื่อพวกนั้นได้เห็นการทำอาวุธก็พากันหัวเราะเยาะ บอกว่าอาวุธที่โมพลโมทำเหมาะกับผู้หญิงไว้ทำกับข้าวเท่านั้น จากนั้นก็ไล่ให้ทุกคนออกไปจากโรงตีเหล็ก โดยบอกว่าพวกตนจะเป็นคนคุมงานในการผลิตอาวุธเอง
     เมื่อจูมงกลับมาถึงพูยอ เขาก็บอกกับยอนทาบอลว่าจะกลับมาอยู่ที่วังเพื่อช่วยเหลือพระราชากึมวา ทำให้พระราชาทรงดีพระทัยมาก จึงรับสั่งให้จูมงเป็นองค์รักษ์ส่วนพระองค์ จูมงได้ให้สหายของเขาทั้ง 3 มาเป็นองค์รักษ์ด้วยเช่นกัน และเมื่อทั้งสองได้คุยกันเป็นการส่วนตัว พระราชากึมวาได้บอกกับจูมงเรื่องที่ไม่ได้ลงโทษเทโซหรือยอนโบเป็นเพราะพระองค์ครงคิดว่าการตายของแฮโมซูเป็นความผิดของพระองค์เองที่ปกป้องแฮโมซูไม่ได้ ถ้าจูมงจะเกลียดพระองค์ก็ยอมรับแต่โดยดี ยูฮวาบอกจูมงว่าพระชายาวอนและเทโซไม่พอใจที่พระราชาเลื่อนการแต่งตั้งองค์รัชทายาท ภัยอาจมาถึงจูมงได้ ยอนโบดีใจที่การสถาปนาองค์รัชทายาทถูกเลื่อนออกไป โตชิแนะนำยอนโบให้อยู่นิ่งๆ และคอยดูเทโซและจูมงห้ำหั่นกันเอง จากนั้นค่อยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์เมื่อฝ่ายไหนเพลี่ยงพล้ำ
     พระราชากึมวาชักชวนจูมงประพาสเยี่ยมพสกนิกร ธิดาเทพเข้ามาทำนายดวงชะตาของพระราชา ทำให้พระราชาว้าวุ่นใจ จูมงทูลพระราชถึงสภาพจิตใจของพสกนิกรว่าพระองค์ทรงลืมเรื่องความเป็นอยู่ของชาวโซซอนไป จูมงตัดสินใจเปิดศึกกับเขตปกครองชินบอนและอิมคุนเพื่อช่วยชาวโชซอนออกมา ยูฮวาบอกจูมงว่าขุนนางใหญ่ในราชสำนักต่างพากันคัดค้าน จูมงกล่าวว่าถ้าพระราชาไม่เห็นด้วย ตนและแม่จะไปจากแคว้นพูยอ โมพัลโมนำกระบี่ที่ทำขึ้นมาให้ยอนทาบอลดู จูมงกล่าวว่าความแข็งแกร่งของกระบี่เล่มนี้พอๆกับกระบี่ของเทโซ ควรจะผลิตขึ้นมาให้ดีกว่านี้ โมพัลโมมั่นใจว่าจะตีกระบี่ที่มีความแข็งแกร่งกว่ากระบี่ของชาวจีนได้ในไม่ช้า โซซอโนบอกจูมงว่าเทโซรับปากแต่งงานกับลูกสาวของหยางจองเพื่อและเปลี่ยนกับการสร้างอาวุธ ขอให้จูมงระมัดระวังให้ดี โซซอโนเข้าไปหายอนทาบอล นางอาสาไปทำการค้ากับกางทัพ เพราะแคว้นพูยอกำลังจะเปิดศึกกับชินบอนและอิมคุน
     ยอนโบนัดจูมงมาพบเพื่อชักชวนให้คิดร้ายต่อเทโซ แต่จูมงไม่ยอร่วมมือ ยอนโบปัดความผิดเรื่องที่ฆ่าแฮโมฃูว่าเป็นความคิดของเทโซ โดยตนเองไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย ยอนโบขอให้จูมงลืมเรื่องในอดีด แต่จูมงกลับตอบไปว่าบางเรื่องในอดีตพอจะลืมได้ แต่บางเรื่องที่กัดกร่อนหัวใจอยู่นั้น บางทีก็ยากที่จะลืมได้เช่นกัน
     โซซอโนได้พาตัวช่างตีเหล็กมาจากเมืองยีรู และบอกให้สอนเคล็ดความรู้แก่โมพัลโม แต่พวกช่างปฏิเสธว่าไม่สามารถทำได้ เพราะยังขาดวัสดุสำคัญอย่างหนึ่งไป โมพัลโมสืบจนรู้ว่าการจะตีเหล็กให้ได้ดาบที่ดีนั้นต้องมีส่วนผสมของดินสีเหลืองด้วย เมื่อรู้สุตรลับแล้ว โมพัลโมจึงเร่งตีดาบจนทำใด้สำเร็จ และมอบให้จูมงเป็นผู้ทดสอบ ปรากฏว่ามันแข็งแร่งมากพอที่จะต่อสู้กับศัตรูได้ เมื่อเป็นเช่นนี้จูมงจึงอาสาพระราชา กึมวาออกไปช่วยชาวโซซอนที่ชินบอนและอิมคุน
     โซซอโนบอกจูมงว่านางไม่ไว้ใจพวกช่างตีดาบที่เทโซพามา เพราะอาจเป็นข้าศึกได้ จูมงจึงไปพบพวกช่างตีเหล็ก ซึ่งพวกนั้นก็ยังยืนยันว่าเป็นพวกลี้ภัยจริงๆ แต่จูมงก็ไม่ได้วางใจนัก จึงสั่งให้มารี โออี และซาโพ คอยจับตาดูพวกช่างให้ดี
     ยูฮวาก็ได้เข้าเผ้าพระราชากึมวา เพื่อทูลถามเรื่องการทำสงครามต่ออิมคุนและชินบอนว่า ไม่เพียงจะช่วยเหลือชาวโซซอนเท่านั้น แต่ยังแสดงให้พระชายาและพวกพ้องได้เห็นว่า พระองค์ได้ทำตามหน้าที่อย่างดีที่สุดด้วย พระราชากึมวาจึงเรียกจูมงมาพบเพื่อปรึกษาเรื่องนี้
     หยางจองได้ส่งคนมาที่พูยอพร้อมกันหยางซูลาน โทโซประหลาดใจมากที่รู้ว่านางมาหาตน มารีรายงานให้จูมงรู้ ทำให้จูมงนึกถึงคำพูดของโซซอโนขึ้นมาว่า เทโซกับหยางจองได้ติดต่อเจรจาเรื่องบางอย่างต่อกัน หยางซูลานเข้าเฝ้าพระราชากึมวาและแจ้งให้รู้ว่า ราชสำนักจีนจะค้าเกลือกับเมืองพูยออีกครั้ง เป็นเพราะการเจรจาของเทโซ และหยางจองหยากสานสัมพันธไมตรีให้เหมือนดังเดิม ทำให้พระราชาประหลาดใจมาก
     เข้าวันต่อมา พระราชากึมวาทรางประกาศว่าจะส่งกองทัพไปตีอิมคุนและชินบอน เพื่อนำตัวผู้ลี้ภัยที่เหลือกลับมาให้ได้ เทโซกล่าวว่าการกระทำเช่นนี้จะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพูยอกับจีนจบสิ้นลง แต่จูมงบอกว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด และพูยอก็มีอาวุธที่แข็งแกร่งอยู่ในมือแล้วโซซอโนจะร่วมเดินทางไปรบกับจูมงด้วยในฐานะผู้สนับสนุนเรื่องอาวุธ แต่จูมงไม่เห็นด้วย โซซอโนให้เหตุผลว่านางไม่ได้ไปเพื่อจูมงแต่นางทำเพื่อตนเอง เพราะนางไม่สามารถทรมานรอฟังข่าวของจูมงที่ออกรบได้ จูมงรู้สึกซาบซึ้งมากจึงกอดโซซอโนเอาไว้ โทโซผ่านมาเห็นภาพบาดตานั่นเข้าพอดี
     พระราชากึมวาเรียกขุนนางมาประชุมเรื่องที่จะยกพัพ พระองค์กล่าวว่าแม้พวกซาซูโดจะไม่ยินดีที่จะร่วมส่งทหารไปรบด้วย พระองค์ก็จะทรงยกทัพไปด้วยตัวเอง พูดึ๊กบูลรีบค้านว่าเมืองพูยอไม่สามารถออกรบโดยไม่มีทหารของซาซูโด
แต่พระราชากึมวายังทรงยืนยันเช่นนั้น
     ที่โรงตีเหล็ก คนของหยางจองได้รับจดหมายลับส่งมาถึง พวกเขาอ่านเสร็จก็ทำลายทิ้ง คืนนั้น ที่ห้องบรรทมของพระราชาก็ถูกคนบุกเข้าไปทำร้าย จูมงเข้ามาช่วยไว้ได้ทัน และจับตัวคนร้ายได้ แต่เทโซเข้ามาขัดจังหวะไว้ และยกความผิดให้จูมงว่าอารักขาพระราชาไม่ดี แต่พระราชาไม่สนใจ สั่งให้จูงมงกระชากหน้ากากพวกนั้นออกมา และเมื่อจูมงกระชากหน้ากากคนพวกนั้นอออกมา ปรากฏว่าเป็นช่างตีคาบที่เทโซพามานั่นเอง เทโซเห็นเช่นนั้นก็พูดอะไรไม่ออกเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้พระราชากึมวาสั่งจำคุกเทโซไว้รอลงโทษ จูมงคาดคันเทโซว่ามีความสัมพันธ์อะไรกับหยางจอง เทโซกล่าวเพียงว่าเขาแค่นำตัวช่างตีดาบมาเท่านั้น จูมงจึงถามถึงข้อตกลงของเทโซกับการแต่งงานกับหยางซูลานว่าเป็นเช่นไร เทโซไม่ตอบจูมงอยากให้เทโซรับสารภาพ เพื่อผ่อนโทษหนักให้เป็นเบา แต่เขาก็ยังปิดปากเงียบ พระชายาวอนต้องการเข้าเยี่ยมองค์ชาย แต่จูมงไม่อนุญาต พระชายาจึงไปหาพระราชากึมวา บอกว่าเทโซเป็นผู้บริสุทธิ์
     พระราชาตอบกลับไปว่าเทโซจะบริสุทธิ์ก็ต่อเมื่อสอบสวนเรียบร้อยแล้วเท่านั้น ยูฮวาบอกับพระชายาวอนว่าสิ่งเดียวที่จะช่วยเหลือเทโซให้พ้นจากการคุมขังก็คือไปบอกทหารของซาชูโดมาช่วยรบกับพระราชากึมวา เมื่อพระชายาวอนยอมตกลง ยูฮวาจึงไปบอกให้จูมงรู้ จูมงจึงไปบอกพระราชาให้ปล่อยตัวเทโซออกมา

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 18

     พระราชากึมวาแต่งตั้งให้จูมงเป็นแม่ทัพเอก เพื่อนำทัพไปรบกับเมืองชินบอนและอิมคุน รับสั่งให้ยอนโบกับเทโซคอยช่วยเหลือจูมงด้วย เทโซไปพบพูดึ๊กบูลเพื่อปรึกษาเรื่องต่างๆ พูดึ๊กบูลบอกให้เทโซใจเย็นไว้ก่อน เทโซย่ามใจว่าเขารอดมาได้ครั้งหนึ่งแล้ว ครั้งต่อไปเขาก็ต้องรอดมาได้เช่นกัน จูมงซุ่มซ้อมและเตรียมพลอย่างขันแข็ง ส่วนยอนโบไม่พอใจที่เป็นแค่ผู้ช่วยของจูมงเท่านั้น ปรึกษาเทโซว่าถ้าศึกครั้งนี้จูมงได้รับชัยชนะกลับมา พระราชากึมวาต้องทรงแต่งตั้งให้จูมงเป็นองค์รัชทายาทแน่นอน แต่เทโซกลับบอกให้ยอนโบทำทุกอย่างตามที่จูมงสั่ง จูมงได้รับคำแนะนำจากอูเทว่า ชาวเบียกซานมีความชำนาญในการขี่ม้า จึงเดินทางไปเมืองเบียกซานและชักชวนให้เข้าร่วมรบ โดยมีข้อเสนอว่าจะให้รางวัลเป็นที่ดิน แต่การเจรจาของจูมงกลับล้มเหลว เพราะสิ่งที่พวกเบียกซานต้องการคืนเงินทอง โซซอโนจึงไปเจรจาใหม่อีกครั้ง จากนั้นพวกเบียกซานก็นำกำลังพลและอาชามายังพูยอทันที
     เทโซได้รับคำสั่งลับจากหยางจองว่าสงครามครั้งนี้พวกฮั่นจะต้องชนะสงคราม มิฉะนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัยของเขา เทโซจึงเรียกนาโรมาพบ เพื่อให้ตามไปทำศึกครั้งนี้ด้วย และส่งข่าวให้หยางจองรู้ นาโรไปบอกให้หยางจองรู้ว่าจูมงได้เคลื่อนทัพแล้ว และจะมุ่งหน้าไปที่เมืองซานอิลเพื่อพักทัพที่นั่น หยางจองคิดจะตามไปฆ่าจูมงที่นั่น จากนั้นนาโรก็นำข้อความไปบอกกับหยางซูลานว่าเทโซยังคงมั่นต่อนางไม่เปลี่ยนแปลง เทโซได้พบโซซอโน ตอนแรกเทโซบอกว่ามาตรวจอาวุธเท่านั้น แต่เขากลับถามโซซอโนว่าเมื่อไหร่จะรับรักเขาสักที และก่อนไปเทโซได้ข่มขู่นางว่า หลังจากสงครามโซซอโนยังไม่ตอบตกลง เขาไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะทำอะไรรุนแรงหรือไม่ บางทีเขาอาจจะได้รับเลือกเป็นรัชทายาทก็เป็นได้
โซซอโนและคณะพากันขนอาวุธไปยังเมืองชินบอนและอิมคุน แต่ระหว่างทางถูกทหารไม่รู้ฝ่ายเข้าโจมตี ซายองถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส โซซอโนจึงพาซายองขึ้นม้าควบหนีไป กองทหารได้ฆ่าคนของโซซอโนไปมากมายและยีพิลก็โดนมีดปักคอได้รับบาดเจ็บหนัก ซายองหนีมาได้ ก็รีบบอกให้ยอนทาบอลรู้ เพื่อตามไปช่วยนางที่ถูกหยางจองปิดล้อมไว้ ยอนทาบอลรีบไปบอกให้พระราชากึมวารู้เพื่อหาทางไปช่วยโซซอโน เทโซเตรียมจะออกรบ แต่พระราชบอกว่าให้เขารอคำสั่งจากจูมงก่อน
     จูมงนำทัพออกไปลาดตระเวนและสู้รบจนชนะ พระราชารู้สึกพอพระทัย เทโซจึงรีบเสนอตัวไปช่วยโซซอโนทันที จูมงรู้ก็รีบตามไปเช่นกัน ยอนทาบอลไปร้องขอความช่วยเหลือกับยอมีอึล ยอมีอึลจึงเดินทางไปหาซองยางเจ้าเมืองฟูลู และบอกว่าเมืองพูยอจะต้องได้รับชัยชนะในการศึกครั้งนี้อย่างแน่นอน และเมืองฟูลูจะได้ผลประโยชน์ด้วย จึงขอให้เปล่อยตัวโซซอโนออกมาและเป็นพันธมิตรกับยอนทาบอล ซางยางซึ่งไม่มีความชัดเจนในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ กลับรู้สึกขัดหูต่อคำพูดของยอมีอึล จึงไม่ตอบตกลงและไล่ยอมีอึลออกไป ซองยางพูดจาถากถางโซซอโนว่ายอนทาบอลไม่มีความสามารถจะช่วยเหลือนางได้ โซซอโนจึงท้าให้ซองยางฆ่านาง ก่อนที่โซซอโนจะถูกซองยางฆ่าตาย จูมงและพวกก็เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน และฆ่าทหารของซองยางตายไปมาก แต่ซองยางหนีรอดไปได้
     เทโซได้ยินว่าโซซอโนปลอดภัยดีจึงรีบออกมาดู แต่เขาก็ต้องผิดหวังเมื่อเห็นโซซอโนยืนเคียงข้างอยู่กับจูมง ไม่ได้อยู่ข้างกายนาโรอย่างที่คิดไว้ นาโรบอกว่าพระชายาเป็นคนห้ามไม่ให้ไปช่วยโซซอโน และขอให้เขาลืมนางซะ เพราะนางจะเป็นคนนำหายนะมาให้เทโซก็ได้ เทโซให้นาโรไปส่งสารถึงหยางจองอีก แต่ไปไม่ถึงยอนโทเพราะถูกคนของจูมงจับได้ จูมงไปจับคุมตัวเทโซและแม้ว่าเทโซจะอ้อนวอนอย่างไร จูมงก็ไม่ให้อภัยกับคนทรยศเด็ดขาด
ก่อนออกรบ จูมงพาโซซอโนไปดูระเบิดที่เขาทำไว้บอกว่าแค่ลูกเดียวก็สามารถฆ่าคนได้เป็นร้อยๆ ซายองก็พาโซซอโนไปดูว่าวยักษ์ที่เขาทำเตรียมไว้เช่นกัน คืนนั้น จูมงและพวกไปซุ่มอยู่ที่ค่ายของหยางจองที่ชินบอน จูมงให้สัญญาณ ว่าวจำนวนมากลอยขึ้นท้องฟ้าบริเวณค่าย จากนั้นก็ยิงธนูไปที่ว่าวซึ่งมีระเบิดติดอยู่ เสียงระเบิดดังไปทั่วค่ายของหยางจอง จูมงให้ว่าวยักษ์เข้าจู่โจมกอกกำลังข้าศึก ค่ายถูกเผาจนวอดวาย พระราชากึมวารับสั่งให้นำทัพบุกโจมตีเพื่อไม่ให้ข้าศึกตั้งตัว กองทัพข้าศึกแตกพ่ายไม่เป็นท่า หยางจองสั่งให้ทหารทิ้งเมือง พระราชาทรงมีรังสั่งให้ทหารตามล่า แต่ตัวพระองค์เองกลับถูกธนูยิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หยางจอกเกิดความตระหนกเมื่อรู้ว่าผู้ปกครองเขตชินบอนถูกฆ่าตายจึงสั่งให้ถอนกำลัง ส่วนจูมงกำลังออกตามล่าผู้ปกครองเขตอิมคุนอยู่ ยอมีอึลได้มองเห็นดวงดาว ซึ่งบอกเหตุว่านกสามขาได้หายไปจากท้องฟ้าแล้ว ถือเป็นสัญญาณร้ายแรง ยอมีอึลจึงส่งคนไปสืบดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับจูมง
     ที่พูยอ มาโอยองได้ทำพิธีขึ้นและบอกกับพระชายาว่าจะเกิดสิ่งดีขึ้นกับเทโซ ทำให้พระชายาวอนดีใจมากในขณะที่ยูฮวาทุกข์ใจเกี่ยวกับจูมง ต่อมาได้มีทหารมารายงานว่าจูมงได้จัดการฆ่าผู้ปกครองเขตอิมคุนได้แล้ว แต่จูมงหายตัวไป ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย โออีนำเรื่องนี้ไปบอกซาโพและมารี โซซอโนรู้ข่าวก็ตกใจไม่น้อยพูตึ๊กบูลรีบแนะนำให้เทโซรับตำแหน่งแม่ทัพต่อจากจูมง และปล่อยข่าวว่าจูมงเสียชีวิตในกองทัพไปทั่ว โซซอและพรรพวกไม่เชื่อว่าจูมงเสียชีวิต จึงหากันมาค้นหา แต่ก็ไม่พบแต่อย่างใด
     เทโซติดต่อกับหยางจองเพื่อยื่นข้อเสนอว่า ไม่ให้หยางจองเข้ามาโจมตีพูยอ และพูยอก็จะไม่โจมตีอิมคุนและชินบอนเช่นกัน เทโซบอกอีกว่าตอนนี้จูมงหายตัวไปและพระราชากึมวาก็บาดเจ็บไม่ได้สติ ตัวเขากำลังจะได้เป็นรัชทายาทและถึงเวลานั้นจะเข้าพิธีอภิเษกกับหยางซูลานทันที เทโซเข้ายึดครองอำนาจ โดยสั่งให้ถอนทหารกลับเมืองพูยอทันที โดยไม่สนคำทันทานของพวกจูมงที่ต้องการช่วยผู้ลี้ภัยให้สำเร็จตามแผนของจูมง ในขณะที่โมพัลโมสามารถทำดาบที่แข็งแร่งกว่าของจีนได้สำเร็จแต่กลับต้องมาพบข่าวร้ายว่าจูมงหายตัวไป มิหนำซ้ำพระราชากึมวายังได้รับบาดเจ็บหนัก โมพัลโมรู้สึกเสียใจมาก ยูฮวาเองก็เสียใจไม่แพ้กัน แต่คนที่เสียใจมากที่สุดก็คือโซซอโน
     เมื่อกลับถึงพระราชวัง พูดึ๊กบูลก็สร้างแผนการว่า เทโซเป็นผู้ช่วยชีวิตพระราชาไว้ เพื่อจะให้ชุนนางทุกคนเห็นดีเห็นงามและให้เทโซเป็นแม่ทัพ จากนั้นเทโซก็แต่งตั้งนาโรให้เป็นทหารเอก ยอนโบเห็นเช่นนั้นก็รีบเข้าไปประจบพี่ชายทันที มาโอยอง ธิดาเทพพยากรณ์คนใหม่ของยูยอ ไม่สามารถใช้พลังที่มีทำให้พระราชกึมวาฟื้นคืนสติได้ ยอมีอึลรู้ว่าพระราชากึมวายังอยู่ในสถาณะการณ์ที่เลวร้าย ในขณะที่เทโซเข้าครอบครองเมืองพูยอ ยอมีอึลประสงค์จะกลับไปเมืองพูยอ แม้ว่าสาวใช้จะห้ามว่าอันตรายเกินไปถ้าจะกลับไปพูยอในขณะที่เทโซกำลังบ้าอำนาจ เทโซอาจะฆ่ายอมีอึลได้
     เทเซได้บอกกับเหล่าขุนนางทั้งหลายว่าทางเดียวที่จะสามารถยุดิสงครามได้คือ การแต่งงานกับลูกสาวของหยางจอง จากนั้นเทโซได้ไปหาโมพัลโมเพื่อถามเรื่องอาวุธ แต่โมพัลโมไม่ตอบ จึงถูกจับตัวไปทรมานเพื่อให้บอกความจริง ด้วยการช่วยเหลือของซองจูทำให้มารี โออี และซาโพพายอมีอึลเข้าไปพบพระราชาได้สำเร็จ เพื่อให้นางใช้พลังช่วยรักษาอาการบาดเจ็บ ความพยายามของยอมีอึลทำให้พระราชาฟื้นเพียงชั่วครู่ นางบอกยูฮวาว่าคงต้องปล่อยให้พระองค์ต่อสู้กับชะตาชีวิตตัวเอง
     พระชายาวอนให้บอกกับเทโซเรื่องที่ยูฮวาเฝ้าาพระราชากึมวาไม่ห่าง ทำให้นางเสียใจมาก เทโซจึงไปลากตัวยูฮวาออกมา และสั่งห้ามไม่ให้เข้าเฝ้าพระราชากึมวาอีก

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 19

     ยอมีอึลบอกับยอนทาบอลว่ายูฮวาถูกกักบริเวณ ยอนทาบอลจึงแนะให้ยอมีอึลกลับไปยังเมืองยีรูดีกว่าจะมาเผชิญหน้ากับเทโซ แต่โซซอโนไม่เห็นด้วย นางกล่าวว่าถ้ายิ่งกลัวเทโซจะยิ่งได้ใจ เมื่อยอนทาบอลถามถึงอาการของพระราชากึมวา ยอมีอึลก็ว่านางควรจะได้พบพระราชาอีกครั้ง แต่เมื่อยูฮวาถูกขังอยู่เช่นนี้ ก็คงจะยากที่จะเข้าไปอีก แต่โซซอโนสัญญาว่านางจะหาทางเอง
     มาโอยองรู้ว่ายอมีอึลมาที่พูยอจึงบอกให้พระชายารู้ พระชายาจึงให้ยอนโบไปจัดการ บอนโบให้โตชิจับตาดูที่บ้านยอนทาบอลเพื่อจัดการกับยอมีอึล โซซอโนรู้ตัวว่าพวกโตชิมาแอบดู จึงทำแผนให้อูเทและซายองขับเกวียนออไป ให้เสมือนวาเป็นยอมีอึลอยู่ในนั้น พวกของโตชิก็หลงกลโซซอโนจึงพายอมีอึลเข้าไปในพระราชวังได้สำเร็จ แต่เมื่อโซซอโนและยอมีอึลไปถึงพระราชวัง ซองจูบอกให้นางทั้งคู่รีบหนีไป แต่ก็ไม่ทันเพราะยอนโบและพวกมาพบเสียก่อน นาโรไปบอกเทโซเรื่องที่ยอนโบจับตัวยอมีอึลและโซซอโนไป เทโซจึงไปทันก่อนที่ยอนโบจะฆ่ายอมีอึล ยอมีอึลบอกกับเทโซว่า นางมาที่นี่เพราะหวังจะช่วยพระราชาเท่านั้น เทโซซึ่งเคยติดหนี้บุญคุณกับยอมีอึลมา ก่อนจึงปล่อยตัวนางไปเป็นการตอบแทนบุญคุณ
     โมพัลโมถูกจับตัวไปขังไว้ แต่พวกโออีและซาโพไปช่วยออกมาได้ เทโซจึงสั่งให้ตามล่าตัวโดยด่วน เทโซไปรับหยางซูลานที่เมืองยอนโท เพื่อมาทำพิธีแต่งงานที่พูยอ ฝ่ายโซซอโนถูกเทโซข่มขู่ให้แต่งงานกับเขา ทำให้โซซอโนไม่สบายใจ จึงได้คิดแผนแต่งงานกันอูเทแทน อูเทตกใจที่โซซอโนตัดสินใจอย่างนั้น แต่เขาก็ไม่ขัดถ้าเป็นคำสั่งของโซซอโน เทโซเมื่อรู้เรื่องโซซอโนแต่งงานกับอูเทก็โกรธมาก รีบไปหาโซซอโนที่บ้านยอนทาบอลทันที โซซอโนกล่าวว่านางแต่งงานกับอูเท เพราะเป็นสหายที่รู้ใจกัน ไม่ได้แต่งงานเพราะคิดเลี่ยงหนีเทโซแต่อย่างใด เมื่อผ่านพ้นงานแต่งงานเทโซไปแล้ว พระชายอวอนก็บอกยอนโบว่าเขาควรจะแต่งงานบ้างเพราะนางประทับใจในตัวโซรันมาก ไม่ทันได้ดีใจอะไร สาวใช้เข้ามารายงานว่าตอนนี้พระราชากึมวาทรงมีสติแล้ว
     ทางด้านยอมีอึล นางได้เห็นนกสามขาอีกครั้ง จึงบอกกับมูชงและโมพัลโมว่าจูมงยังมีชีวิตอยู่ และอยากให้ทั้งสองฝ่ายไปช่วย เมื่อพระราชากึมวารู้สึกพระองค์ยูฮวาบอกพระราชาว่าทรงบาดเจ็บไม่รู้สึกพระองค์ไปหลายวัน แต่เมื่อพระองค์ถามถึงจูมง ยูฮวาไม่ทันได้ตอบพระชายาวอนและลูกชายทั้งสองเข้ามาเสียก่อน เทโซบอกพระราชาว่าจูมงหายไป แต่คาดว่าน่าจะมีชีวิตอยู่
     จูมงถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บลอยไปตามน้ำ ได้อีซอนและเยโซยาสองพ่อลูกช่วยเอาไว้ ทำให้จูมงรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอย่างมาก ซอลทักคนรับใช้ของอีชอนให้จับตัวจูมงไปที่ยอนโทเพื่อแลกม้า 200 ตัว แต่อีชอนไม่เห็นด้วย ทั้งสองจึงทะเลาะกัน ชอลทักฆ่าอีซอนตาย และจับตัวเยโซยาไว้เป็นตัวประกัน จูมงจะเข้าไปช่วยก็ไม่ทัน
     ยูฮวาบอกพระราชาว่าตอนนี้เทโซยึดอำนาจพระองค์ไปแล้ว พระองค์ควรทวงอำนาจคืนมา พระราชาจึงบอกให้ฮึกจีเตรียมกำลังทหารเอาไว้เตรียมจู่โจม แต่นาโรได้ยินแผนการซะก่อน จึงบอกให้เทโซรู้ เทโซจึงส่งสาร์นไปให้ซาชูโดมาช่วย ทำให้แผนการของพระราชาล้มเหลว พูดึ๊กบูลประกาศให้ทุกคนรู้ว่าขณะนี้เทโซสำเร็จราชการแทนพระราชาแล้ว เทโซขึ้นนั่งบนบัลลังก์ประกาศกร้าวถึงฐานะของเขาทันที นางโรขู่บังคับฮึกจีว่า ถ้ายอมจำนนต่อเทโซก็จะไม่ทำร้ายคนในครอบครัว ทำให้ฮึกจีและเหล่าทหารไม่มีทางเลือกยอมสวามิภักดิ์ต่อเทโซ
มารี ซาโพ และโออี เมื่อหนีออกมาจากพูยอได้ก็ไปพบกับมูชงและรู้ว่าจูมงยังมีชีวิตอยู่ จึงห้ามไม่ให้บอกโซซอโนรู้ เพราะนางเพิ่งแต่งงานเดี๋ยวจะสับสน
     ในที่สุดหยางซูลานก็รู้ว่าเทโซหลงรักโซซอโนอยู่ ทำให้เทโซตกใจ แต่โซรันตอบว่าเป็นหน้าที่ของนางที่จะต้องสืบรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสามี นาโรไปจับตัวยอนทาบอลตามคำสั่งเทโซ ยอนทาบอลกล่าวดูถูกอย่างไม่เกรงกลัวว่าตอนนี้เมืองพูยอตกอยู่ภายใต้ผู้นำที่โง่เขลา และจะพาเมืองพูยอไปสู่หายนะ เทโซรู้สึกโกรธมากจึงตัดสัมพันธ์กับเมืองยีรูทันที และจับยอนทาบอลไปขังไว้ โซซอโนรู้ก็เสียใจ แต่อูเทคอยปลอบใจอยู่
     ซอลทักตัดสินใจพาจูมงไปยังยอนโทเพื่อมอบให้กับหยางจอง เมื่อมาถึงประตูเมืองทหารไม่ยอมให้เข้าไปง่ายๆ จึงต้องตรวจสอบก่อนว่าใช่จูมงจริงๆ ระหว่างนั้น พวกของจูมงมาถึงพอดี จึงฉวยโอกาสเข้าโจมตีและชิงตัวจูมงออกมาได้ เมื่อจูมงได้เป็นอิสระ โมพัลโมจึงมอบดาบเนื้อดีให้แก่เขาเพื่อใช้ปราบศัตรูของประเทศ ยางทักเล่าให้จูมงฟังว่าตอนนนี้เทโซยึดอำนาจพระราชาไปแล้ว และยูฮวาก็ถูกควบคุมตัวไว้ จูมงทั้งตกใจและเสียใจ จูมงถามถึงโซซอโน มารีตอบเพียงว่าโซซอโนยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่นางแต่งงานกับอูเท จากนั้นจูมงกับเพื่อนจึงเดินทางไปที่ฮาแบเพื่อช่วยเหลือเยโซยา ส่วนยางทักและโมพัลโมเดินทางไปบอกยอมีอึลรู้ว่าเขาปลอดภัยดีแล้ว
     ในคืนนั้นจูมงและสหายสามารถช่วยเหลือเยโซยาออกมาได้ ส่วนซอลทักหนีไปได้ แต่จูมงสัญญาว่าในอนาคตเขาจะต้องกลับมาแก้แค้นให้ได้ หยางจองรู้วาจูมงยังมีชีวิตอยู่ และเพิ่งหนีการคุมตัวไปได้ระหว่างทางที่จะมายอนโท หยางจองจึงให้คนไปส่งข่าวให้เทโซรู้ หยางจองมั่นใจว่าเทโซจะฆ่าจูมงได้ ก่อนที่จูมงจะกลับถึงเมืองพูยอพระราชาถึมวาถามยูฮวาว่ายอนทาบอลเวลานี้อยู่ไหน ยูฮวาบอกว่าเขาถูกเนรเทศออกจากพูยอไปแล้ว พระองค์จึงให้คนไปตามยอนทาบอลมาพบ ไม่นานนักยอนทาบอลก็ได้มาเข้าเฝ้าพระราชาพร้อมกับโซซอโนทั้งสองได้พูดคุยกันตามลำพัง เทโซเดินผ่านมาเห็น โซซอโนจ้องมองเทโซด้วยสายตาโกรธแค้น แต่เทโซกลับมองมาด้วยสายตาที่เศร้าหมองเพราะสายตาอาฆาตแค้นของโซซอโน ทำให้เทโซนอนไม่หลับ จนโซรันสงสัย และนางก็เดาถูกว่าเทโซกำลงครุ่นคิดเรื่องโซซอโน โซรันจึงขู่ว่าถ้าเทโซยังไม่เลิกคิดถึงโซซอโน นางอาจจะจัดการกับโซซอโนได้ โดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
     โมพัลโม มูชง และยางทัก กลับไปถึงยีรู และแจ้งให้ยอมีอึลรู้ว่าจูมงปลอดภัยดี และกำลังจะกลับไปยังเมืองพูยอ ยอมีอึลตกใจห้ามไม่ให้จูมงกลับไปพูยอเพราะเทโซจะต้องกำจัดจูมงแน่ นางจึงส่งมูชงไปเมืองพูยอเพื่อหยุดไม่ให้จูมงเข้าไปในพระราชวัง ในที่สุดจูมงก็ได้รู้จากมารีว่าโซซอโนได้แต่งงานกับอูเทแล้ว เพราะไม่ต้องการเป็นเมียน้อยของเทโซ จูมงเสียใจมาก ข่าวการมีชีวิตอยู่ของจูมงได้แพร่กระจายไปทั่ว เทโซรู้ก็รีบไปบอกพระชายาวอน และได้รับการยืนยันจากมาโอยางว่า ดวงดาวบอกไว้แล้วว่าตอนนี้จูมงยังมีชีวิตอยู่ มีเพียงยูฮวาที่ไม่เชื่อในข่าวลือนั้น เทโซไม่แน่ใจในสถาณการณ์ของตัวเอง ว่าจะมีประชาชนเชื่อถือเขาหรือไม่ จึงปลอมตัวเป็นชาวบ้านออกไปสำรวจกับนาโร และสิ่งที่เขาได้ยินมาทำให้เทโซแทบท้อแท้ ว่าเขาเป็นเพียงผู้ทรยศขายบ้านเมืองให้ฮั่น แต่จูมงเป็นวีรบุรุษกู้ชาติ จูมงแอบเข้าไปในวังได้สำเร็จและเข้าไปพบยูฮวา เมื่อนางตื่นขึ้นมาก็คิดว่านางฝันไป จูมงกอดนางไว้ด้วยความคิดถึง ขณะที่แม่ลูกกำลังคุยกันอยู่นั้น นาโรก็พาทหารวิ่งพล่านเพื่อจับผู้บุกรุก นาโรเข้าไปตรวจที่ห้องของยูฮวาโดยไม่เคาะประตูขออนุญาติ ทำให้ยูฮาโกรธมาก ขู่ว่าจะไปฟ้องเทโซที่ทำให้นางเสื่อมเสีย นาโรจึงรีบออกจากห้องไป
     จูมงออกจากห้องยูฮวามาสมทบกับเพื่อนๆ เตรียมหนี แต่ทหารจำนวนมากล้อมไว้ จูมงจึงยอมจำนนดีกว่าต้องเสียเลือดเนื้อ และที่สำคัญเป็นห่วงว่าจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีกโมพัลโมแสดงความยินดีกับโซซอโนเรื่องที่นางได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าแห่งยีรู และถามว่านางได้พบกับจูมงหรือยัง โซซอโนทั้งตกใจและเสียใจเมื่อรู้ว่าจูมงยังมีชีวิตอยู่ พระราชากึมวาสามารถทวงบัลลังก์ของพระองค์คืนจากเทโซได้เพราะพูดึ๊กบูลได้สั่งให้เหล่าขุนนางเชื่อฟังคำสั่งของพระราชากึมวา พระราชาทรงรับสั่งให้นำตัวจูมงกลับมาที่พระราชวังและห้ามไม่ให้ใครขัดขวาง จูมงได้เข้าเผ้าพระราชาและกล่าวขอประทานอภัยโทษที่ทำงานไม่สำเร็จ เรื่องที่เขาไม่สามารถชนะอิมคุนและชินบอนได้อย่างเด็ดขาด พระองค์บอกว่าแค่เห็นจูมงกลับมาอย่างปลอดภัยก็ดีแล้ว ยอนโบเมื่อรู้ข่าวการกลับมาของจูมงก็ดีใจรีบไปหาจูมงเพื่อบอกว่าเขายินดีจะอยู่ข้างจูมง เพราะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเทโซที่ทำกับบิดาอย่างนั้น แต่ยอนโบก็ต้องประหยาดใจเมื่อจูงบอกว่าเทโซทำถูกต้องแล้ว ที่ดูแลบ้านเมืองในยามที่พระราชากึมวาทรงป่วย
     เวลาต่อมา จูมงไปพบโซซอโน และยอนทาบอลที่เมืองยีรู โซซอโนไม่ยอมออกไปพบจูมง อูเทไปตามแต่โซซอโนปฏิเสธที่จะพบคนที่นางลืมไปแล้ว จูมงไปพบกับยอมีอึล ยอมีอึลแนะนำว่าจูมงควรไปจากเมืองพูยอเพื่อออกไปค้นพบที่ดินที่ดีกว่านี้ นางรู้ดีว่าตอนนี้แผลที่หัวใจของจูมงเจ็บปวดหนักกว่าแผลกายของเขาเสียอีก ระหว่างทางกลับพูยอ มูชงกับโมพัลโมถูกพวกซองยางจับตัวไป จูมงส่งโออีไปดูลาดเลา ทั้งสองกลับมารายงานว่าจูมงควรไปช่วยก่อนที่จะไปถึงพูยอ แต่มารีบอกจูมงควรไปขอความช่วยเหลือจากยอนทาบอล ยอนทาบอลและพรรคพวกเห็นด้วยที่จะไปช่วยจูมง แต่ยอนแซยองไม่เห็นด้วย เพราะจูมงทำแต่เรื่องยุ่งยากโซซอโนบอกว่าควรส่งคนไปช่วย แต่ไม่ต้องทำอะไรมากกว่านี้ ซึ่งยอนทาบอลก็เห็นด้วย ยอนแซยองจึงไปปรึกษายางตั๊กเพื่อหยุดเหตุการณ์นี้เพราะจะไม่ยอมเสียความสัมพันธ์กับซองยางเด็ดขาด
     ยอนทาบอลกับโซซอโนมาพบกับจูมง นางได้คุยกับจูมงตามลำพัง และขอโทษที่นางไม่รักษาสัญญาแถมนางยังพยายามลืมเขาอีก และไม่คิดจะตามหาจูมง เพราะคิดว่าเขาเตายไปแล้ว จูมงบอกว่าเขาผิดเองที่ไม่สามารถดูและโซซอโนได้ต่างหาก แล้วจูมงก็จากไป ปล่อยให้โซซอโนจมอยู่กับความเศร้าเพียงลำพัง ยอนแซยองและยางตั๊กไปพบซองยางเพื่อบอกแผนการของจูมงที่ต้องการช่วยเหลือโมพัลโม ซายองขอให้ยอมีอึลระงับแผนของจูมงไว้ก่อนเพราะอาจมีการบาดเจ็บล้มตายเกิดขึ้น แต่ยอมีอึลให้ความเห็นว่าโมพัลโมมีความสำคัญต่อจูมงมาก คงจะไปหยุดแผนไม่ได้ ยางตั้งบอกเส้นทางผิดๆ ให้กับจูมง ซึ่งเป็นคนละเส้นทางที่ซองยางใช้เดินทาง ทำให้จูมงไปช่วยโมพัลโมไม่ได้ เยโซยาถูกส่งไปที่พูยอ และได้พบกับยูฮวา ยูฮวาจึงพานางไปเข้าเผ้าพระราชากึมวา พระราชาบอก เยโซยาว่าพระองค์เคยพบบิดาของนางครั้งหนึ่ง จึงรู้สึกเสียใจต่อการจากไปของอีซอนมาก จากนั้นก็ฝากให้ยูฮวาดูแลนางด้วย ยูฮวาทูลพระราชาว่าจูมงชอบพอกับโซซอโนอยู่ แต่ตอนนี้โซซอโนแต่งงานกับอูเทแล้ว เพราะหนีจากเทโซ ฉะนั้นจึงควรหาคู่ให้จูมง เพื่อลืมเรื่องร้ายๆ และนางคิดว่าเยโชยาเหมาะสมกับจูมงที่สุด ซึ่งพระราชาก็เห็นด้วย

เรื่องย่อจูมงตอนที่ 20

     ซองยางนำตัวโมพลโมและมูชงมามอบให้กับเทโซ เทโซจึงคิดจะให้คนทั้งสองล่อจูงมงมาพบ แต่ไม่ทันจะได้ลงมือ จูมงก็มาพบกับเทโซเสียก่อน เทโซต้องการให้จูมงเป็นคนเค้นโมพัลโมรับสารภาพเรื่องดาบ มิเช่นนั้นเขาจะฆ่าโมพัลโมเอง จูมงขอให้โมพัลโมทำดาบให้เทโซ โมพัลโมทั้งต